Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

BOI'ชวน' ลงทุนเปิดตลาดเครื่องมือแพทย์อาเซียน ไฟเขียว พรรคการเมืองหาเสียง
'ชี้' อสังฯ ปีหมูชะลอตัว 'หนุน' E-Wallet App
ทีเอ็มบี ให้คุณอิ่มอร่อยสุดคุ้มกับอาหารทะเล “MTL Everyday Life Partner”
เจนเนอราลี่ ปักธง! “Year of Quality” ปีแห่งคุณภาพที่ยั่งยืน กสอ. จับคู่ธุรกิจ ผ่านแพลทฟอร์ม T-GoodTech
ดีป้า'เผย'ตลาดฮาร์ดแวร์-อุปกรณ์อัจฉริยะเกือบ 3 แสนล้าน ICON SIAM-พันธมิตร โชว์ 'ระบำสายน้ำ'
'ปิดซ่อม' ทางวิ่งดอนเมือง การค้าเกษตร' ไทย-ตุรกี' มูลค่าเฉลี่ย 5.6 พันล้านบาท/ปี

BOI'ชวน' ลงทุนเปิดตลาดเครื่องมือแพทย์อาเซียน
นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าบีโอไอจะจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุน (โรดโชว์) ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ อาทิ สำนักงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ โดยนับเป็นการจัดโรดโชว์การลงทุนในต่างประเทศครั้งแรกของ บีโอไอในปี 2562 จะเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมใน 3 จังหวัดสำคัญของเขตคันไซ ได้แก่ โอซากา วากายามา และเกียวโต โดยปัจจุบันคันไซเป็นศูนย์กลางทางการค้าและอุตสาหกรรมที่สำคัญ มีบริษัทขนาดใหญ่ และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งด้านไบโอเทคโนโลยี ยา อุปกรณ์การแพทย์ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน เช่น ลิเธียมไอออน เซลล์เชื้อเพลิง เซลล์แสงอาทิตย์ เป็นต้น รวมถึงเป็นศูนย์กลางทางการวิจัยและพัฒนาของเขตคันไซ ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2562

Go To Lead


ไฟเขียว พรรคการเมืองหาเสียง
นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการกกต. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองทั้งสิ้น 105 พรรค แต่มีพรรคที่มีคุณสมบัติสามารถส่งผู้สมัครได้แล้วในขณะนี้ 36 พรรค ซึ่งกฎหมายกำหนดให้รัฐจัดสรรเวลาออกอากาศให้กับพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียม ทางกกต.จึงอยากขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐ และสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล ในการจัดสรรเวลาออกอากาศ โดย 1 วัน ขอเวลา 60 นาที ระหว่างวันที่ 8 – 21 มี.ค. 2562 โดย 5 วันแรก เป็นการออกอากาศสปอตโฆษณาของพรรคการเมือง พรรคละ 10 นาที ส่วน 5 วันถัดมา เป็นการออกอากาศเทปการประชันนโยบายของพรรคการเมือง โดยวัสดุการออกอากาศทั้ง 2 กรณี ทางกกต. จะให้ทางพรรคดำเนินการในเรื่องของการจัดทำสปอต ส่วนกกต.จะจัดทำในเรื่องของเวทีดีเบต โดยรับผิดชอบเนื้อหาและนำส่งให้ทางสถานีไปเผยแพร่ซึ่งทางสถานีสามารถเลือกเผยแพร่ได้ในช่วงเวลา 06.00 – 24.00 น. โดยไม่จำเป็นว่าแต่ละสถานีจะต้องเผยแพร่ในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะกกต.เข้าใจถึงผังรายการออกอากาศ และกรณีนี้เป็นการขอความร่วมมือ การทำหน้าที่ขอสื่อยังคงทำได้ตามปกติ แต่การจะเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาดีเบต หรือเสนอข่าวขอให้คำนึงถึงความเท่าเทียม ไม่ใช่ให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพราะถ้าเกิดกรณีดังกล่าว อาจทำให้สื่อถูกร้องเรียนจากพรรคการเมืองเอง

Go To Lead


'ชี้' อสังฯ ปีหมูชะลอตัว
นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 คาดว่าจะชะลอตัวจากสถานการณ์ตลาดโดยรวม ทั้งนี้คาดว่าไตรมาสแรกของปีนี้ ราคาเสนอขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ด้วยแรงหนุนจากการเปิดตัวของโครงการในหลายทำเลทั้งในและพื้นที่รอบซีบีดี นอกจากนี้ในไตรมาสแรกอัตราการโอนกรรมสิทธิ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากผู้ซื้อต้องการโอนให้เสร็จก่อนนโยบายกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะถูกบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562 นี้ ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานครในปี 2561 มีการเปิดตัวโครงการใหม่สูงสุดในรอบ 10 ปี โดยมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดรวมทั้งสิ้นประมาณ 65,000 ยูนิต ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 11% ส่งผลให้อุปทานสะสมของคอนโดมิเนียมเฉพาะในกรุงเทพมหานครตั้งแต่ปี 2552 – 2561 อยู่ที่ประมาณ 500,000 ยูนิต ทั้งนี้จากการศึกษาของฝ่ายวิจัยอสังหาริมทรัพย์ ไนท์แฟรงค์ฯ พบว่าไตรมาส 3/2561 มีการเปิดตัวโครงการใหม่สูงที่สุดคือ 25,000 ยูนิต ในขณะที่ไตรมาสสุดท้ายของปีมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดประมาณ 17,000 ยูนิต โดยมีการเปิดตัวหนาแน่นในเขตชานเมืองโดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวและสายสีน้ำเงิน ซึ่งอุปทานใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวคิดเป็น 57% ของหน่วยเปิดใหม่ทั้งหมดในไตรมาส 4 ปี 2561 เมื่อมองภาพรวมทั้งปี พบว่าเขตชานเมืองโดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายแทบทุกสายยังคงเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ส่วนทำเลเด่นที่ ได้แก่ ถ.สุขุมวิทตั้งแต่ช่วงอโศก – เอกมัย ถ.พหลโยธินตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย (หมอชิต-คูคต) พระราม 9 – รัชดาภิเษก ลาดพร้าว – รามคำแหง และจรัญสนิทวงศ์ – เพชรเกษม ยอดขายเฉลี่ยของโครงการเปิดใหม่ในกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ประมาณ 55% โดยคอนโดมิเนียมขายดีส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ซีบีดี 51% และโซนรอบซีบีดีมี 64% ในขณะที่คอนโดเปิดใหม่ย่านชานเมืองมียอดขายประมาณ 50% ขณะที่ภาพรวมด้านราคาเสนอขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรของยูนิตเปิดใหม่ อยู่ที่ 150,641 บาทต่อตร.ม. ปรับตัวลดลง 6% โดยราคาเสนอขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรของคอนโดใหม่ในเขต CBD อยู่ที่ 250,000 บาทต่อตร.ม. ลดลง 8%และพื้นที่รอบ CBD อยู่ที่ 120,000 บาทต่อตร.ม. ลดลง 7%

Go To Lead


'หนุน' E-Wallet App
นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาอี-วอลเล็ทในประเทศไทยที่จะเป็นแรงผลักดันสู่สังคมไร้เงินสด และเล็งเห็นศักยภาพของเซ็นทรัล เจดี มันนี่ เป็นอย่างดี ทั้งในฐานะของผู้นำในธุรกิจการให้บริการอี-เพย์เมนท์ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก ถือเป็นโอกาสอันดีในการนำศักยภาพระดับโลกของเซ็นทรัล เจดี มันนี่ และความเชี่ยวชาญในด้านดิจิทัล แบงกิ้งของธนาคารกสิกรไทย มาร่วมมือในการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมเทคโนโลยีและข้อมูลซึ่งกันและกัน เพื่อนำเสนอสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการ และสร้างประสบการณ์ดิจิทัล แบงกิ้ง และอี-เพย์เมนท์ที่ดีให้กับผู้บริโภค ซึ่งนอกจากให้การสนับสนุนด้านธุรกรรมทางการเงินกับผู้ใช้บริการดอลฟิน วอลเล็ท แล้ว ธนาคารกสิกรไทยยังช่วยผลักดันด้านการขยายร้านค้า และจุดรับชำระเงินด้วยอี-เพย์เมนท์ ซึ่งเป็นการช่วยขยายวงจรธุรกิจการรับชำระเงิน (Payment Ecosystem) ของดอลฟิน วอลเล็ท ให้ครบสมบูรณ์ โดยอาศัยจุดแข็งของธนาคารด้านความเป็นผู้นำธุรกิจร้านค้ารับบัตร ซึ่งในปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีจำนวนร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านเครื่อง EDC กว่า 300,000 จุด และร้านค้า K PLUS Shop อีกกว่า 1.7 ล้านราย การสนับสนุนนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มร้านค้าที่จะมีทางเลือกในการรับชำระเงินมากขึ้น และกลุ่มลูกค้าก็จะมีทางเลือกในการชำระเงิน และสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้หลากหลายขึ้นด้วย”
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการค้าปลีกของ เซ็นทรัล เจดี มันนี่ กับความตั้งใจของธนาคารกรุงเทพในการดำเนินการตามNational ePayment Plan ที่ธนาคารกรุงเทพได้มีส่วนร่วมสนับสนุนมาโดยตลอด ทางธนาคารมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นธนาคารพันธมิตรในอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะยกระดับประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ในยุคที่เทคโนโลยีฟินเทคจะเข้ามามีบทบาทสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยในความร่วมมือครั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพจะให้บริการสนับสนุน ดอลฟิน วอลเล็ท ในการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ เช่น การเติมเงินเข้าวอลเล็ท รวมทั้งระบบการยืนยันตัวตนผู้ใช้ และที่สำคัญ ธนาคารกรุงเทพเล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำบริการพร้อมเพย์เข้ามาเสริมสร้างความสะดวกสบายให้กับไลฟ์สไตล์ทางการเงินของคนไทย จึงนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของธนาคารมาช่วยเชื่อมโยงบริการพร้อมเพย์เข้ากับดอลฟิน วอลเล็ท เพื่อให้ดอลฟิน วอลเล็ทสามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้บริการสามารถใช้ดอลฟิน วอลเล็ท สแกนคิวอาร์โค้ดชำระค่าสินค้ากับร้านค้าที่รับพร้อมเพย์คิวอาร์โค้ดซึ่งมีจำนวนกว่า 3 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยธนาคารกรุงเทพหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้จะช่วยพัฒนาให้แอปพลิเคชัน ‘ดอลฟิน วอลเล็ท’ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไร้เงินสด และ ‘เพื่อนคู่คิด’ ทางการเงินให้กับคนไทยในอนาคต”

Go To Lead


ทีเอ็มบี ให้คุณอิ่มอร่อยสุดคุ้มกับอาหารทะเล
บัตรเครดิตทีเอ็มบี ให้ทุกการใช้จ่ายของคุณต้องได้มากกว่า พร้อมเอาใจคนรักอาหารทะเลได้อิ่มอร่อยแบบคุ้มค่าที่ แหลมเจริญซีฟู้ด อาหารทะเลสไตล์ไทย รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 300 บาท ที่ร้านอาหารแหลมเจริญทุกสาขา รับเงินคืน 100 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ลงทะเบียน SMS รับสิทธิ์พิมพ์ TMBLC ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต TMB 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2562 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ TMB Contact Center โทร. 1558 หรือ www.tmbbank.com/promotion

Go To Lead


“MTL Everyday Life Partner”
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายในการเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีความ โดดเด่นด้านนวัตกรรม (Innovation) พร้อมก้าวเคียงคู่ไปกับลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต (Life Stage) ผ่านนโยบาย “MTL Everyday Life Partner” เดินหน้าออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ผ่านนวัตกรรม และแนวคิดแบบ Outside In ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการในรูปแบบที่มีความเฉพาะตัว (Segment of One) และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน และมุ่งเน้นการปลดล็อคข้อจำกัดในการทำประกันชีวิตและสุขภาพ (Health Revolution) ที่มอบความคุ้มครองและสร้างความอุ่นใจที่มากขึ้น ทั้งในแง่ของการเพิ่มเติมสวัสดิการที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว หรือการดูแลในเรื่องของค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุมมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงค่าเบี้ยประกันภัยที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในการดูแลเรื่องสุขภาพของลูกค้า แต่ละคน (Dynamic Pricing)
เรายังคงเดินหน้าทำการตลาดแบบหลากหลายช่องทาง (Multi Distribution Channel) เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและเหมาะสมกับคนทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นช่องทางตัวแทนที่มุ่งสู่การเป็นผู้ออกแบบ ทางการเงิน (Life Planner) ที่สามารถออกแบบ ให้คำปรึกษา และวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมแก่ลูกค้า แต่ละราย การขายผ่านช่องทางธนาคาร โบรกเกอร์ รวมไปถึงการขายแบบประกันออนไลน์ ที่มุ่งขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้าผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น KPlus, Line Pay และ Shopee ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการให้บริการด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ (Digital Insurer) รวมทั้งยังคงให้ความสำคัญกับการขยายตลาดไปสู่ประเทศที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง (Regional Company) พร้อมมีผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในต่างประเทศ อาทิ บริการ MTL Global Connect ซึ่งลูกค้าที่เจ็บป่วยในต่างประเทศนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลในต่างประเทศทั่วโลกได้ตามสิทธิ์โดยไม่ต้องสำรองจ่าย และบริการ Health at Home บริการสำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีความต้องการในการรักษาหรือดูแลอย่างต่อเนื่องที่บ้านโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Health at Home ที่มีความน่าเชื่อถือ

Go To Lead


เจนเนอราลี่ ปักธง! “Year of Quality” ปีแห่งคุณภาพที่ยั่งยืน
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (CEO) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจปี 2562 “Year of Quality” มุ่งเสริมทัพตัวแทนประกันชีวิตให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารตัวแทนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เข้าร่วมงานกว่า 400 คน เพื่อรับกลยุทธ์และทิศทางแผนการดำเนินงานปี 2019 พร้อมทั้งเปิดตัวโปรเจค “เดอะ ไลอ้อน รอร์ (The Lion’s ROAR) โดยมีกลยุทธ์หลัก 4 ตัว คือ Recruitment การสรรหาตัวแทนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพอย่างมืออาชีพ จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 2,300 คน, Onboarding การจัดหลักสูตรพัฒนา พร้อมดูแลอย่างเข้มข้นในระดับตัวแทนและระดับผู้บริหารเพื่อเสริมศักยภาพตลอดเส้นทางอาชีพ, Activation การบริหารกิจกรรมการขายเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นเลิศ โดวยมีทีมงานพร้อมสนับสนุนการทำงานภาคสนาม อาทิเช่น CM (Coaching Manager) ที่คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด และ Retention การรักษามาตรฐานเพื่อความยั่งยืน เพื่อยกระดับเจนเนอราลี่ให้มีศักยภาพ เพื่อรองรับการแข่งขันของตลาดประกันชีวิตในอนาคต พร้อมประกาศแคมเปญโบนัสพิเศษ “MDRT 3ปี รับโบนัส 3 ล้านบาท”

Go To Lead


กสอ. จับคู่ธุรกิจ ผ่านแพลทฟอร์ม T-GoodTech
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการ SMEs จำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาจึงจะสามารถแข่งขัน กับคู่แข่งรายอื่นได้ ซึ่งผู้ประกอบการ SMEs หลายรายได้หันมาใช้เทคโนโลยีในด้านการผลิตมากขึ้น เช่น ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ (Automation) การทำงานโดยระบบหุ่นยนต์ (Robot) ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบออนไลน์ (E-Commerce) และสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) มาช่วย ในด้านการตลาดและการค้าขายด้วย จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. มูลค่า E-Commerce ในประเทศไทยสำหรับปี 2561 มีมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึงร้อยละ 8.76 โดยธุรกรรมแบบธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business) ถือเป็นพระเอกของตลาด E-Commerce ในประเทศไทย เพราะมีสัดส่วนสูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 59 หรือเป็นมูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท เราได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ทำให้พฤติกรรม

Go To Lead


ดีป้า'เผย'ตลาดฮาร์ดแวร์-อุปกรณ์อัจฉริยะเกือบ 3 แสนล้าน
ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า “การสำรวจข้อมูลอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ และอุตสาหกรรมบริการดิจิทัลในประเทศไทยประจำปี 2560” ว่าทิศทางแนวโน้มที่สรุปได้จากการสำรวจนี้ จะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจวางแผน และรับมือการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นผลมาจาก digital disruptive technologies ได้เป็นอย่างดี จากการสำรวจพบว่า ตลาดฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะปี 2560 โดยภาพรวมมีมูลค่า 294,542 ล้านบาท อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ยังเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2561-2562 ประมาณร้อยละ 3-5 เพราะฮาร์ดแวร์เป็นสิ่งจำเป็นของการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตยุคใหม่ และการสำรวจปีนี้เป็นปีแรกที่มีการสำรวจอุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะ (smart device) ซึ่งเป็นแนวโน้มใหม่ที่ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไปให้ความสนใจทดลองใช้งาน มีความเป็นไปได้ที่ปี 2562 จะนำไปสู่การใช้งานจริงของภาคธุรกิจ ที่ต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงของการทำธุรกิจยุคใหม่ที่เกี่ยวโยงกับทั่วโลก โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญรองรับความเปลี่ยนแปลงนั้น แต่ในส่วนของผู้พัฒนาและผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะ หรืออุปกรณ์ไอโอทีมีน้อยราย เพราะสู้กับการพัฒนาครบวงจรของผู้ประกอบการจากประเทศจีนไม่ได้ ต้องผันตัวไปนำเข้าอุปกรณ์และพัฒนาซอฟต์แวร์สั่งการอุปกรณ์เหล่านั้น และ/หรือทำหน้าที่เป็นเอสไอ มูลค่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ ปี 2560 มีมูลค่าการบริโภคซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ 78,818 ล้านบาท โดยเติบโตจากปี 2559 ร้อยละ 1.6 โดยคาดการณ์ว่าปี 2561 และ 2562 ตลาดการบริโภคซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ จะเติบโตร้อยละ 15.19 และ 17.5 ตามลำดับ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์โดยรวมมีการเติบโตจากปีก่อน เนื่องจากผู้ประกอบการด้านไอทีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ได้รับอานิสงส์จาก 4 ปัจจัยคือ 1. การทรานฟอร์มธุรกิจไปสู่ดิจิทัลของภาคธุรกิจต่าง ๆ จากนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล 2. การปรับตัวของผู้ประกอบการที่มุ่งไปสู่การสร้างโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่ เช่น Cloud, Big Data, AI, Blockchain, IoT 3. ความพยายามในการสร้างซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มที่เป็นทรัพย์สินของตนเอง และ 4. การเกิดธุรกิจใหม่และผู้ประกอบการรายใหม่ ที่แม้จะยังมีขนาดเล็กแต่มีแนวโน้มที่ดี รายได้ของผู้ประกอบการด้านบริการดิจิทัลในประเทศ ปี 2560 มีมูลค่ารวม 36,326 ล้านบาท บริการด้านการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) รายได้รวม 11,356,335,631 บาท ในส่วนของกลุ่มบริการด้านเนื้อหา (e-Content) และบริการด้านสื่อบันเทิง (e-Entertainment) เป็นกลุ่มที่มีผู้ใช้งานสูงสุดจากการวัดด้วยจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ โดย e-Content มีปริมาณการเข้าเว็บไซต์ต่อเดือน 1,896 ล้านครั้ง และ e-Entertainment ปริมาณการเข้าเว็บไซต์ต่อเดือน 558 ล้านครั้ง

Go To Lead


ICON SIAM-พันธมิตร โชว์ 'ระบำสายน้ำ'
นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ICON SIAM เปิดเผยว่า ไอคอนสยามได้พลิกโฉมการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘Creating Shared Value’ ซึ่งได้ทำให้เกิดขึ้นจริงแล้ว อย่างเป็นรูปธรรม และในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก โดยไอคอนสยามได้ประกาศ ‘แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ (Chao Phraya River Master Vision) เมื่อ 5 ปีก่อน เป็นการบุกเบิกความร่วมมือระดับชาติครั้งประวัติศาสตร์ ของผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีอยู่ในขณะนั้นและกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา รวมทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนภาคประชาสังคม โรงแรมห้าดาวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และชุมชนต่างๆ ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ผนึกกำลังร่วมกัน จนถึงวันนี้ ได้เกิดความร่วมมือและการทำงานร่วมกันในรูปแบบต่างๆ มากมาย ตัวอย่างที่ชัดเจนล่าสุดก็คือการร่วมกันจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2019 ที่มีผู้ชมพลุมากกว่า 1.5 ล้านคน โดยถ้านับเฉพาะที่ไอคอนสยาม ได้ต้อนรับผู้มาร่วมงานมากถึง 2 แสนคนในวันเดียว ซึ่งงานนี้ได้สร้างชื่อเสียงและเผยแพร่ภาพความยิ่งใหญ่และสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาออกไปทั่วโลก ผ่านการรายงานข่าวของสื่ออันดับหนึ่งของโลกอย่าง CNN, BBC, Reuters เป็นต้น นี่คือส่วนหนึ่งของความร่วมมือตาม ‘แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ เพื่อจุดประกายทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก

Go To Lead


'ปิดซ่อม' ทางวิ่งดอนเมือง
นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะทำการปิดซ่อมแซมทางวิ่งฝั่งตะวันตกบางส่วนของท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นระยะเวลา 4 วัน ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2562 วิทยุการบินฯ ในฐานะหน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ ได้มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในช่วงเวลาดังกล่าวที่จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่อาจเกินขีดความสามารถการรองรับในบางช่วงเวลา เนื่องจากเดิมซึ่งเปิดให้บริการ 2 ทางวิ่ง สามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินได้ประมาณ 52 เที่ยวบินต่อชั่วโมง แต่เมื่อมีการปิดซ่อมทางวิ่งฝั่งตะวันตก เป็นระยะทาง 200 เมตร จากหัวทางวิ่งด้านทิศเหนือ ซึ่งจะคงเหลือระยะการใช้งานเพียง 3,000 เมตร ส่งผลให้ขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินจะลดลงประมาณ 10% โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการเที่ยวบินได้ประมาณ 48 เที่ยวบินต่อชั่วโมง
จากการวิเคราะห์ข้อมูลตามตารางการบิน พบว่า ปริมาณเที่ยวบินในบางช่วงเวลามีปริมาณเที่ยวบินคับคั่งและกระจุกตัว เกินขีดความสามารถในการรองรับ ซึ่งแน่นอนว่าสายการบินจะได้รับผลกระทบการล่าช้า คาดว่าเที่ยวบินจะเกิดการล่าช้าจากสนามบินต้นทางประมาณ 30 - 45 นาที จากตารางการบินปกติ อีกทั้งหากมีปัจจัยภาวะแวดล้อมด้านอื่นๆ เช่น สภาพอากาศแปรปรวน ทางวิ่งชำรุดเสียหายฉุกเฉิน ฯลฯ ก็อาจทำให้เกิดการล่าช้าของเที่ยวบินเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้/

Go To Lead


การค้าเกษตร' ไทย-ตุรกี' มูลค่าเฉลี่ย 5.6 พันล้านบาท/ปี
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศตุรกี นับเป็นตลาดคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งมีประชากรกว่า 80 ล้านคน ตั้งอยู่ระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ซึ่งทำให้ไทยสามารถใช้จุดเด่นดังกล่าว ในการกระจายสินค้าเกษตร ไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้ หากมองถึงมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ยระหว่างไทยและตุรกี 3 ปี ระหว่างปี 2559 – 2561 เฉลี่ยอยู่ที่ 5,600 ล้านบาท/ปี แบ่งเป็นมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรเฉลี่ย 4,600 ล้านบาท/ปี และมูลค่าการนำเข้า สินค้าเกษตร 1,000 ล้านบาท/ปี ที่ผ่านมาไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าสินค้าเกษตรมาโดยตลอด สินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ยางธรรมชาติ ยางแผ่นรมควัน อาหารปรุงแต่งเพื่อใช้บริโภค น้ำยางธรรมชาติ และข้าว ส่วนสินค้าเกษตรนำเข้าสำคัญของไทย ได้แก่ แป้งข้าวสาลี น้ำผลไม้ น้ำมันที่ได้จากธัญพืชจำพวกเมล็ดทานตะวัน และเมล็ดดอกคำฝอยหรือเมล็ดฝ้าย ขนมที่ทำจากน้ำตาล และอาหารปรุงแต่ง

Go To Lead

  --  
iClickNews.com