Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

สภาพัฒน์เผยจีดีพีไตรมาส 2/60 โต 3.7% SENA เปิดตัวโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 9,031 ล้าน
เคทีซี ชู ALL my love is PET ธ.ก.ส.นำร่อง ขจัดหนี้นอกระบบ
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดตัว “MyAXA Life” “นักวิทย์น้อยทรู” ปีที่ 22
ททท.-พันธมิตร 'หนุน' ตามรอยศาสตร์พระราชา 'ลุ้น' ประมูลรถเอ็นจีวี.
เกาะติดโครงการ 'ส่งเสริมเครื่องจักรกลเกษตร'

สภาพัฒน์เผยจีดีพีไตรมาส 2/60 โต 3.7%
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงผลิตภัณฑ์มวลภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2/2560 ขยายตัว 3.7% เกินกว่าที่คาดไว้ เร่งขึ้นจากการขยายตัว 3.3% ในไตรมาสก่อนหน้า เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 17 ไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาส 2/2556 รวมครึ่งแรกของปี 2560 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.5-4%สำหรับปัจจัยสนับสนุนมาจากการขยายตัวเร่งขึ้นของการส่งออกและบริการ 8% การปรับตัวดีขึ้นของการลงทุนภาคเอกชนที่กลับมาขยายตัวที่ 3.2% ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ลดลงร้อยละ 1.1 และเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส ขณะที่ภาคการเกษตรขยายตัวดีถึง 15.8% ตามการปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติหลังภัยแล้งสิ้นสุดลง ทำให้กำลังซื้อภาคการเกษตรดีขึ้น มาช่วยชดเชยการลงทุนภาครัฐในไตรมาส 2 ที่ชะลอตัวลงติดลบ 7% เนื่องมาจากการอัดฉีดงบประมาณของรัฐบาลน้อย
สศช.ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจปี 2560 สูงขึ้นเป็นขยายตัว 3.5-4% ค่ากลางที่ 3.7% จากเดิมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่คาดจีดีพีโต 3.3-3.8% ค่ากลาง 3.5% เนื่องจากการส่งออกขยายตัวสูงกว่าที่คาด โดยปรับการส่งออกโต 5.7% จากเดิมคาดโต 3.6% จากภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ขยายตัวได้ดี โดยปรับเพิ่มเศรษฐกิจโลกโต 3.4% จากเดิมคาดขยายตัว 3.3% นอกจากนี้มาจากการปรับตัวดีขึ้นของการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าโต 8% ตามเป้าหมาย การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าโต 2.2% รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นของรายได้ครัวเรือนในภาคเกษตร การส่งออก การท่องเที่ยว ทำให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดีขึ้นเป็น 3.2%สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2560 นั้น หากพิจารณาดูในช่วงครึ่งปีแรกจะพบว่าปัจจัยพื้นฐานในเรื่องของเศรษฐกิจโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งส่งผลดีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และทำให้มีการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.4% จากเดิมที่ 3.3% ประกอบกับตลาดส่งออกสำคัญของไทยมีการขยายตัวได้ดีขึ้น ทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยในปีนี้ รวมทั้งทำให้ปริมาณการค้าโลกในปีนี้คาดว่าจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 4% จากเดิมที่คาดไว้ 3.6% ซึ่งถือว่าดีขึ้นกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา ในส่วนของการลงทุนภาครัฐที่ สศช.ปรับลดคาดการณ์ในปีนี้ลงเหลือ 8% จากเดิม 12.6% เนื่องจากมองว่าการลงทุนของภาครัฐเริ่มผ่อนลงเล็กน้อย ประกอบกับการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ทำได้ไม่เข้าเป้า โดยเฉพาะงบราชการ จึงทำให้ดูว่าการลงทุนแผ่วลง รวมทั้งมาตรการเสริมด้านการคลังเพื่อช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังก็คงจะออกมาไม่มากเหมือนในช่วงปีที่ผ่านมา

Go To Lead


SENA เปิดตัวโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 9,031 ล้าน
นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดเผยว่า ในปี 2560 นี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 9,031 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 3 โครงการ มูลค่ารวม 2,113 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลังจะเปิดตัว 6 โครงการ มูลค่ารวม 6,918 ล้านบาท นอกจากนี้ มีแผนจัดกิจกรรมการตลาด โดยออกแคมเปญใหม่ "หัวคิดหัวใจ" ปี 2 และได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ชุด "แนนซี่" ภายใต้แนวคิดเพื่อให้การบริการที่ดีให้กับลูกค้าปีนี้บริษัทยังคงมุ่งเน้นการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด Eco Innovation ซึ่งจะเป็นการประหยัดพลังงาน และประหยัดเวลา นอกจากนี้ บริษัทยังมีการทำแอพพลิเคชั่น Sena 360 Service ที่จะช่วยให้ลูกค้าให้เข้าถึงบริการหลังการขายได้ง่าย และมีแผนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารให้ครบวงจรมากขึ้น" น.ส.เกษรา กล่าว
สำหรับปีนี้ บริษัทตั้งเป้ามีรายได้ 4,500 ล้านบาท เติบโต 20% และตั้งเป้ามียอดขาย 4,600 ล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรกมียอดโอนแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมียอดขายรอรับรู้รายได้อีกกว่า 3,600 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท

Go To Lead


เคทีซี ชู ALL my love is PET
นายธีรพจน์ โชคอนันตัง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไลฟ์สไตล์ของคนไทยในยุคปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ครอบครัวเดี่ยว พฤติกรรมที่เลือกใช้ชีวิตโสดมากขึ้น นิยมมีลูกน้อย หรือไม่มีเลย รวมถึงอิทธิพลของโซเชียล มีเดีย ที่ช่วยให้การซื้อสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทำได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่จำกัดสถานที่ และเวลา ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดสินค้าและบริการในหมวดสัตว์เลี้ยง มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับตัวเลขยอดการใช้จ่ายของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดสัตว์เลี้ยงที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เคทีซีจึงเดินหน้ารุกตลาดกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “All my love is PET” จับมือกับพันธมิตรในหมวดร้านค้าสัตว์เลี้ยง ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ อาทิ สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ โรงแรม ร้านอาหาร และโรงพยาบาลสัตว์ มอบสิทธิพิเศษ “ลด ลุ้น รับ” รวมถึงกิจกรรมที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของสมาชิก ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยสมาชิกที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีที่ร้านค้าพันธมิตรที่ร่วมรายการจากแคมเปญดังกล่าว จะได้รับสิทธิพิเศษ 3 ต่อดังนี้
ต่อที่ 1 รับส่วนลดสูงสุด 50%
ต่อที่ 2 เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตเคทีซีครบทุก 1,000 บาท กับร้านค้าพันธมิตรในหมวดร้านค้าสัตว์เลี้ยง โรงพยาบาลสัตว์ และร้านค้าที่ร่วมรายการ รับ 1 สิทธิ์ ลุ้นรับรางวัลดังนี้ รางวัลที่ 1 จี้ปลอกคอทองคำ 99.99% จากโกลด์ มาสเตอร์ (Gold Master) สำหรับประดับปลอกคอสัตว์เลี้ยง มูลค่า 20,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 บัตรกำนัลห้องพักโรงแรม ibis 1 คืน สำหรับ 2 ท่าน มูลค่ารางวัลละ 3,000 บาท จำนวน 20 รางวัล
ต่อที่ 3 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 2% เมื่อใช้จ่าย ณ ร้านค้าพันธมิตรในหมวดร้านค้าสัตว์เลี้ยง โรงพยาบาลสัตว์ และร้านค้าที่ร่วมรายการ
สมาชิกสามารถรับสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัล และรับเครดิตเงินคืน โดยส่งข้อความลงทะเบียนมาที่เบอร์โทรศัพท์ 06 1384 5000 โดยพิมพ์ PET เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตร 16 หลัก ค่าจัดส่งครั้งละ 3 บาท หรือ ลงทะเบียนผ่านทาง www.ktc.co.th/PET นอกจากสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมทุกหมวดแล้ว ในช่วงปลายปี เคทีซียังมีแผนการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์กับสมาชิกกลุ่มคนที่รักสัตว์เลี้ยง อาทิ การจัดแรลลี่สำหรับสมาชิกและสัตว์เลี้ยงคู่ใจ โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมได้ที่ www.ktc.co.th

Go To Lead


ธ.ก.ส.นำร่อง ขจัดหนี้นอกระบบ
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบสำหรับเกษตรกร และ ครอบครัว โดยให้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อนำไปชำระหนี้สินนอกระบบ เป็นการลดภาระทางการเงิน ให้กับเกษตรกร โดยธ.ก.ส. เตรียมวงเงินกู้ไว้รวม10,000 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดได้รายละไม่เกิน 100,000 บาท กรณีใช้บุคคล ค้ำประกัน และสูงสุดไม่เกิน 150,000 บาท กรณีใช้ที่ดินจำนองค้ำประกัน คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน หรือ ร้อยละ 12 บาทต่อปี ผลดำเนินงาน ปัจจุบัน จ่ายสินเชื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ได้แล้ว 40,857 ราย เป็นเงินสินเชื่อ 3,978 ล้านบาท
นอกจากการนำหนี้นอกระบบ ให้เข้ามาอยู่ในระบบแล้วธ.ก.ส.ยังมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนวิธีคิด ในการดำเนินชีวิต ของเกษตรกรด้วย การให้ความรู้ การทำบัญชีครัวเรือน การประหยัดอดออม การสร้างรายได้จากอาชีพเสริม เช่น การทำกระยาสารท การทำข้าวเม่า ผ้าห่ม เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหามีความยั่งยืน มากขึ้น และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกษตรกร กลับไปก่อหนี้นอกระบบ ขึ้นอีก ธกส. ได้เตรียมวงเงินสินเชื่ออีกจำนวน 5,000 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกร ดังกล่าว สามารถกู้เงินกรณีมีความจำเป็น เช่น ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครัวเรือน ต่างๆ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร เป็นต้น โดยมีการผ่อนคลาย หลักประกัน เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ปัจจุบัน จ่ายสินเชื่อนี้แล้วจำนวน 2,780ล้านบาท ช่วยเกษตรกรได้จำนวน 58,352ราย

Go To Lead


กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดตัว “MyAXA Life”
มร.เดวิด โครูนิช ประธานกรรมการบริหาร บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นของมือถือ และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการและให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น ทุกที่ทุกเวลา บริษัทฯ มีโครงการด้านดิจิทัลมากมาย เช่น “MyAXA Life” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “จากลูกค้า มาเป็นคู่คิด” หรือ From Payer to Partner ซึ่งหมายถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในโลกดิจิทัลได้มากขึ้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ด้านความคุ้มครอง สุขภาพ รวมถึงด้านการลงทุนให้เหมาะกับลูกค้าในทุกช่วงชีวิต
ปีนี้ บริษัทฯ ได้ทำการเปิดตัวระบบออร่า (AURA) เป็นระบบรับประกันภัยอัตโนมัติ ซึ่งเพิ่มความชัดเจนและความโปร่งใสต่อผู้เอาประกันภัย โดยสอดคล้องกับความเสี่ยงที่บริษัทสามารถรับมือได้ ระบบออร่า (AURA) มอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เอาประกันภัย สนับสนุนความเป็นมืออาชีพ เพิ่มรายได้ และช่วยให้บริษัทเข้าถึงตลาดเป้าหมายได้ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ได้มีการทดลองใช้ใบรับเงินชั่วคราวอิเล็คทรอนิค (eCBR) ซึ่งลูกค้าจะได้รับ sms ทันทีที่มีการชำระเงิน เพื่อตรวจเช็ครายการ และเพิ่มความมั่นใจเมื่อมีการชำระเงิน อีกทั้งช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยง รักษาสิ่งแวดล้อมโดยงดจากการพิมพ์เอกสาร และลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่งให้กับลูกค้า
นางภฤตยา สัจจศิลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบริหารงานลูกค้า กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะให้บริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า ตลอดทุกช่วงชีวิตของการเป็นลูกค้ากรุงไทย-แอกซ่า ตั้งแต่การค้นหาข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ การซื้อแบบประกันหรือต่ออายุกรมธรรม์ การเรียกร้องสินไหมทดแทน หรือการให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการบริการของบริษัทฯ และในโอกาสพิเศษที่บริษัทฯ ดำเนินงานครบรอบ 20 ปี เรามีกิจกรรมมากมายเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าคนพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตพิเศษที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ โดยเป็นการรวมตัวของศิลปินชั้นนำของเมืองไทย วงบอดี้ แสลม และรูม39 กิจกรรมจับฉลากลูกค้าผู้โชคดีเป็นประจำทุกเดือน กิจกรรมเพื่อสังคม ตามรอยพระบาท ในหลวงรัชกาลที่ 9 โครงการประกวดภาพถ่าย และอื่นๆอีกมากมาย
แอปพลิเคชั่น “MyAXA Life” คือแอปพลิเคชั่นบนมือถือ ที่สามารถให้บริการลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์กรุงไทย-แอกซ่าอย่างครบครัน โดยเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าของเราสามารถค้นหาข้อมูลกรมธรรม์ได้ทุกที่ทุกเวลา รับการแจ้งเตือนก่อนครบกำหนดการจ่ายเบี้ย และเพิ่มทางเลือกในการชำระเบี้ยประกันหลากหลายรูปแบบ เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต และธนาคารออนไลน์ ลูกค้าของกรุงไทย – แอกซ่า จะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น การเรียกร้องสินไหมทางออนไลน์ การตรวจสอบสถานะการเรียกร้องค่าสินไหม ตลอดจนการรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี หนังสือแจ้งเตือนการชำระเบี้ยประกัน และบริการอื่นๆอีกมากมาย

Go To Lead


“นักวิทย์น้อยทรู” ปีที่ 22
รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ปีนี้ได้ประกาศผลและมอบรางวัลแก่ทีมชนะเลิศโครงการ “นักวิทย์น้อยทรู” ปีที่ 22 การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับประถมศึกษา ระดับชาติ ประจำปี 2560 ในหัวข้อ ‘วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย 4.0’ ซึ่งจัดขึ้นโดย กลุ่มทรู โดยมี ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา (หัวหน้าคณะผู้บริหาร(ร่วม)ด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน เป็นผู้แทน ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศึกษาไทย(สวทศ.) โดย รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ นายกสมาคมฯ ณ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปีนี้มีนักเรียนส่งผลงานเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 315 โครงงาน จาก 217 โรงเรียนใน 59 จังหวัดทั่วประเทศ และได้รับการคัดเลือกให้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ 14 ทีม ทั้งนี้จะต้องนำเสนอผลงานด้วยวาจาต่อหน้าคณะกรรมการเพื่อตัดสินหาทีมชนะเลิศ ซึ่งโครงงานที่ชนะเลิศได้รับรางวัลเหรียญทอง พร้อมทุนสนับสนุนการทำโครงงาน ชุดสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้จากทรูปลูกปัญญา และได้เข้าร่วมเป็นโรงเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา ได้แก่ โครงงานอุปกรณ์ช่วยจับสำหรับคนพิการ จากโรงเรียนอนุบาลเวียงแก่น จ.เชียงราย ผลงานของ เด็กหญิงขวัญจิรา หว้าสิริวงศ์ เด็กหญิงบัณฑิตา ศรชัยปัญญา และเด็กหญิงเวธกา บุดดี ชั้นประถมศึกษาปีที่6 ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนประชารัฐ

Go To Lead


ททท.-พันธมิตร 'หนุน' ตามรอยศาสตร์พระราชา
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วงต้นปี ๒๕๖๐ ททท.ได้นำแนวคิด “Local Experience” มาใช้ในการทำการตลาดการท่องเที่ยว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศมีการเดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นตามลำดับ ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานต่างๆ สืบสานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP – Sufficiency Economy Philosophy) หรือ “ศาสตร์พระราชา” เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs - Sustainable Development Goals)
ททท.จึงได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการจัดการพื้นที่ท่องเที่ยว น้อมนำหลัก เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา 'เน้น' Local Experienceโดยเน้นการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน

Go To Lead


'ลุ้น' ประมูลรถเอ็นจีวี.
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ครม.เห็นชอบมาตรการสวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนในโครงการเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 โดยสวัสดิการเบื้องต้น ได้แก่ รถเมล์-รถไฟฟรี, การลดค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า, การซื้อสินค้าในร้านธงฟ้า เป็นต้น โดยจะใช้งบประมาณราว 4 หมื่นล้านบาท และจะเริ่มมอบสวัสดิการดังกล่าวผ่านบัตรผู้มีรายได้น้อยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้นั่นหมายความว่า โครงการรถเมล์ฟรีจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายนนี้ และในวันที่ 1 ตุลาคม คณะรัฐมนตรีและ คสช.จะมอบบัตรให้แก่ผู้มีรายได้น้อยได้ใช้แทนเงินสดโดยเฉพาะการใช้สอยและการเดินทางประจำวัน
การประมูลครั้งล่าสุดนี้ ที่กำหนดราคากลางไว้ที่ 3,389,710,819.50 บาท คงต้องล้มลงสมตามเจตนาของใครหลายคน เนื่องจากราคากลาง 3 พันกว่าล้านเป็นราคาที่ขัดใจใครต่อใครหลายๆคนที่คาดหวังกับจำนวนเงินส่วนต่างกว่า 600 ล้านบาท พยายามใช้ทุกวิถีทางดันราคากลางขึ้นไปเกินกว่า 4,000 ล้านบาท ทั้งๆที่รู้ว่าผิดหลักเกณฑ์ที่ ปปช.กำหนด
แต่การที่ต้องยอมเปิดประมูลด้วยราคาที่เบสทรินชนะในราคา 3 พันกว่าล้านในครั้งนี้ ก็เพื่อหาเหตุจำเป็นแย้งไปที่ ปปช.ยอมให้ขึ้นราคากลางไปที่ 4 พันกว่าล้านให้ได้ พยายามปั้นประเด็นรับส่งลูกกันเป็นทีมระดับชั้นหาเหตุว่า ราคานี้ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมีผู้เข้าร่วมประมูล
นายสุนทร ชูแก้ว ทีมกฎหมายผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทเบสทริน กล่าวว่า ขสมก.หรือใครก็ตามที่กำลังใช้ความพยายามผลักดันราคากลางรถเอ็นจีวี. 489 คันที่กำลังจะมีการประมูลจาก 3 พันกว่าล้านเป็น 4 พันกว่าล้าน ขอเรียนว่าราคาที่เบสทรินชนะนั้น เป็นราคาที่รวมภาษี และค่าธรรมเนียมต่างๆครบถ้วนแล้ว ขสมก.ภาครัฐไม่มีความจำเป็นต้องซื้อรถเมล์แพงไปมากกว่านี้
ถ้าเป็นไปตามคาด ขสมก.จะเร่งผลักดันให้เปิดประมูลขึ้นมาอีกครั้ง แล้วอ้างเหตุกับสังคมว่าราคากลาง 3.3 พันล้านต่ำเกินไปไม่ถูกใจใครบางคน จึงขอกำหนดราคากลางใหม่ที่ 4 พันกว่าล้านตามเป้าที่วางไว้ แล้วสมมุติบริษัทเบสทรินเป็นผู้ชนะการประมูลในราคา 3.5 พันล้าน หรือ 3.8 ล้าน จะเป็นเรื่องน่าแปลกที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยหรือไม่ ที่ราคา 3.3 พันล้าน ขสมก.ไม่ซื้อ แต่จะซื้อที่แพงกว่า ถ้าการประมูลสำเร็จมีผู้ชนะการประมูลไปแล้ว สมมุติว่าวันนึงข้างหน้าศาลตัดสินเด็ดขาดให้เบสทรินชนะคดี ขสมก.จะทำอย่างไร?กับรถ 489 คันที่ปฏิเสธไม่ยอมตรวจรับ สมมุติว่าผู้ชนะการประมูลเป็นรถยี่ห้อดังจากประเทศญี่ปุ่น แล้วทำสัญญากับ ขสมก.ระบุว่าจะเป็นรถประกอบขึ้นที่อินโดนีเซียเพื่อใช้สิทธิตามสนธิสัญญาอาเซี่ยนปลอดภาษี แต่กลับนำรถเข้าทั้งคันจากญี่ปุ่น ขสมก.จะปฏิเสธการตรวจรับรถหรือไม่?

Go To Lead


เกาะติดโครงการ 'ส่งเสริมเครื่องจักรกลเกษตร'
นางสาวรังษิต ภู่ศิริภิญโญ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึง ผลการติดตามการดำเนินงาน “โครงการส่งเสริมการให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรและอุปกรณ์การตลาดเพื่อลดต้นทุนสมาชิก” เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต ทดแทนแรงงานภาคการเกษตรที่มีแนวโน้มลดลง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการให้บริการเครื่องจักรกลของสหกรณ์ การดำเนินโครงการ มี 2 ระยะ คือ ระยะนำร่อง ปี 2558 ซึ่งจะสนับสนุนเครื่องจักรกลแบบให้เปล่าหรือครอบคลุมมูลค่าของเครื่องจักรกลเกือบทั้งหมด และ ระยะขยายผล ปี 2559 – 2562 ซึ่งจะส่งเสริมให้สหกรณ์ฯ กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยโครงการฯ จะชดเชยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี
สำหรับผลการติดตามในรอบ 9 เดือน ปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.59 – มิ.ย.60) พบว่า เกษตรกรสมาชิกให้ความสนใจหันมาใช้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการฯ มากขึ้น โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดต้นทุนค่าบริการเกี่ยวนวดข้าวและการสีข้าวโพด ส่งผลให้มีกำไรจากการขายเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบอัตราค่าบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่สหกรณ์คิดกับสมาชิก รวมทั้งความสนใจการใช้บริการเครื่องจักรกลของสมาชิก แบบก่อนและหลังสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ (2558/2559 และ 2559/2560) พบว่า ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยสหกรณ์ฯ นิคมสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา มีอัตราค่าบริการเครื่องสีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดลงร้อยละ 19 และเกษตรกรสมาชิกหันมาใช้บริการเครื่องจักรกลจากสหกรณ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

Go To Lead

  --  
iClickNews.com