Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

F&N 'เทคโอเวอร์' สตาร์บัคส์ประเทศไทย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่อสัญกรรม
'แนะ' 4 คอนเซปต์หลักรับหน้าฝน Multi-Currency Account
หนุน 'ผู้ส่งออก'สู้สงครามการค้า
KBTG จัดสัมมนาใหญ่ Beyond Agile by KBTG MTL “เอ็กซ์ตร้า แคร์ พลัส”โฆษณาชุดใหม่ “ชีวิต Top Up”
ผวา'สงครามการค้า'สินค้าจีนบุกโลก ไทยสมายล์ 'ดึง'ลูกเรือเน็ตไอดอล โปรโมท
บขส. แจกวีลแชร์ล็อตแรกให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ทุเรียนภาคใต้ ให้ผลผลิตกว่า 4.4 แสนตัน
ชมพู่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ 'ลอรีอัล'

F&N 'เทคโอเวอร์' สตาร์บัคส์ประเทศไทย
นายโก๊ะ โป๊ะ เตียง (Mr. Koh Poh Tiong) กรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริหาร เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 3 ตลาดหลักของ F&N และเรายินดีที่สามารถตอกย้ำและขยายธุรกิจในประเทศไทยผ่านการเข้าซื้อหุ้นในครั้งนี้ นอกจากนี้ ตลาดค้าปลีกกาแฟระดับพรีเมียมในประเทศไทยยังมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และสตาร์บัคส์ซึ่งมีจำนวนร้าน 372 สาขาทั่วประเทศในปัจจุบันกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และยังมีโอกาสที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต เรายินดีที่จะได้ร่วมงานกับ Maxim’s ซึ่งมีประวัติการทำธุรกิจที่ดีกับสตาร์บัคส์มาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภคในร้านสตาร์บัคส์ต่อไป Maxim’s เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ คอมพานี ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน และเป็นผู้ดำเนินงานและพัฒนาร้านค้าปลีกกาแฟสตาร์บัคส์ในฐานะบริษัทที่ได้รับสิทธิให้ใช้เครื่องหมายการค้าสตาร์บัคส์มาตั้งแต่ปี 2543 โดยในปัจจุบัน Maxim’s ประกอบกิจการร้านสตาร์บัคส์ในฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ เวียดนาม และกัมพูชา
เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ, ลิมิเต็ด (“F&N”) รายงานว่า บริษัท เอฟแอนด์เอ็น รีเทล คอนเน็คชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเข้าร่วมกับ Maxim’s Caterers Limited (“Maxim’s”) ตั้งกิจการร่วมค้าชื่อ บริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ (ประเทศไทย) จำกัด (“CCT”) เพื่อเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด (“สตาร์บัคส์ประเทศไทย”) นับเป็นกลยุทธ์ล่าสุดของ F&N ในการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจในประเทศไทย ที่ F&N ได้ทำธุรกิจมากว่า 20 ปีอย่างมั่นคงและยั่งยืน การเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวจะเพิ่มตราสินค้าชื่อดังให้แก่พอร์ตโฟลิโอของ F&N ซึ่ง F&N ในประเทศไทยมีรายได้ประมาณ 15,000 ล้านบาทในปี 2561 ทั้งนี้ บริษัทเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทยสำหรับกลุ่มสินค้านมกระป๋อง โดยมี ทีพอท ตราหมี และคาร์เนชั่นเป็นตราสินค้ากลุ่มนมข้นหวาน นมสเตอริไลส์ และนมข้นจืดที่ผู้บริโภคชื่นชอบ F&N ยังคงมุ่งหน้าขยายสินค้ากลุ่มไอศกรีมและนมในประเทศไทยด้วยการออกสินค้าใหม่จาก แมกโนเลีย ในปี 2561

Go To Lead


พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่อสัญกรรม
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรมเนื่องจากระบบหัวใจล้มเหลว ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในวันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม 2562 เวลา 9 นาฬิกา 9 นาที สิริอายุ99 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยยความโทมนัสยิ่ง ด้วยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณด้วยความวิริยอุตสาหะและจงรักภักดี มาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก นายกรัฐมนตรี องคมนตรี รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี ทั้งได้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และประธานองคมนตรี ในรัชกาลปัจจุบันเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยได้สนิท นับเป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่แผ่นดินเป็นอเนกประการ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโกศกุดั่นน้อย ฉัตรเครื่องตั้งประดับ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่กลองชนะ ประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและทรงรับศพอยู่ใน พระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมเวลากลางคืนกำหนด 7 คืน(ตั้งแต่วันจันทร์ที่27 พฤษภาคม 2562 ถึงวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562 )วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 18 นาฬิกา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเชิญพวงมาลาหลวง วางที่หน้าโกศศพ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานในวาระครบ 7 วัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บำเพ็ญพระราชกุศล ดังนี้ -15 วัน (วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2562)-50 วัน (วันจันทร์ที่15 กรกฎาคม 2562)- 100 วัน (วันอังคาร ที่ 3 กันยายน 2562 ) ส่วนกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก เป็นเวลา 21 วัน นับตั้งแต่วันจันทร์ที่27พฤษภาคม ถึงวันจันทร์ที่17 มิถุนายน2562 เว้นวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562

Go To Lead


'แนะ' 4 คอนเซปต์หลักรับหน้าฝน
เจ้าของบ้านฤดูฝนคือความท้าทายซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ทั้งนี้คุณอาจเกิดคำถามในใจว่า บ้านของคุณพร้อมรับกับพายุฝน หรือปริมาณฝนที่ตกหนักซึ่งอาจจะมาในฤดูฝนนี้แล้วหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดกับบ้านของคุณในหน้าฝน “ยิปซัมตราช้าง” ขอแนะนำ 4 คอนเซ็ปต์หลักที่คุณตรวจเช็คได้ง่ายๆด้วยตนเอง “ รั่วซึม อุดตัน ทับถม และป้องกัน”หากเกิดรอยรั่วซึมที่ผนังภายในห้องหรือฝ้าเพดาน อันดับแรกควรบันทึกข้อมูลโดยละเอียด ถ้าเกิดน้ำรั่วซึมที่ผนังหรือฝ้าเพดาน ให้ตรวจหาสาเหตุและแก้ไข ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดที่บริเวณหลังคาบ้านหรือผนังของบ้าน วิธีการตรวจสอบคือการสังเกตรอยรั่วซึมแตกร้าวของฝาผนัง เพดาน บริเวณรอยต่อของบ้าน หากมีคราบน้ำหรือรอยน้ำรั่วซึม ซึ่งเป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดปัญหาของเชื้อราและผนังทรุดโทรมตามมา ให้ทำการย้ายเฟอร์นิเจอร์ และของประดับบ้าน ในบริเวณนั้นออกมาก่อน จากนั้นบันทึกเกี่ยวกับปัญหามาร์คจุดไว้และเรียกช่างมาซ่อม
ดูแลอย่าให้รางน้ำฝนอุดตัน เพราะช่วงฤดูฝน มักจะมีใบไม้หรือขยะอุดตันตามท่อรางน้ำ เมื่อเวลาฝนตกหนักๆ น้ำจะไหลย้อนกลับเข้าไปภายในบ้าน ซึ่งจะสร้างความรำคาญแถมทำให้เฟอร์นิเจอร์อาจเสียหายได้ จึงควรหมั่นทำความสะอาดรางน้ำฝนสม่ำเสมอ หลังฝนตก เพื่อไม่ให้เศษขยะไปทับถมท่อระบายน้ำ ควรทำความสะอาดพื้นรอบบ้าน โดยเฉพาะบริเวณรอบท่อระบายน้ำทั้งในและนอกบ้าน จะยิ่งดีขึ้นไปอีกถ้าเตรียมเก็บขยะที่กองขวางรางและท่อระบายน้ำออกไปก่อนฝนจะตก ช่วยทำให้ลดความรุนแรงของปัญหาลงได้ แต่หากน้ำยังระบายไม่ทันอยู่อาจจะต้องลอกท่อ หรือปรับระดับพื้นให้มีความลาดเอียงเพื่อระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น ตกแต่งสวนรอบบ้านด้วยต้นไม้ทนแดด ทนฝน และต้นไม้ใหญ่เพื่อป้องกันลมแรงพัดเข้าสู่ตัวบ้าน ควรที่จะตัดกิ่งไม้ที่ใหญ่และอยู่ใกล้ตัวบ้านให้สั้น เพื่อป้องกันไม่ให้กิ่งไม้หักโดนตัวบ้านเมื่อมีลมแรงๆ และป้องกันไม่ให้สัตว์เลื้อยคลานใช้เป็นทางเดินเข้าสู่ภายในบ้าน ที่สำคัญควรทำไม้ค้ำยันให้ต้นไม้ใหญ่ และหากเพิ่งปลูกต้นไม้ใหญ่ควรมีไม้ค้ำลำต้นไว้เพื่อให้ลำต้นตั้งตรง ไม่เอนเอียง หรือโค่นล้ม เมื่อมีลมพัดมาแรงๆ 4 คอนเซ็ปต์หลักง่ายๆ ที่เจ้าของบ้านสามารถเตรียมความพร้อมให้กับบ้านในช่วงหน้าฝนนี้ และคุณจะได้ดื่มด่ำผ่อนคลายไปพร้อมกับเสียงฝนพรำ สัมผัสอากาศฉ่ำเย็น และใช้เวลาได้อย่างมีความสุขไปตลอดฤดูกาล

Go To Lead


Multi-Currency Account
หนุน 'ผู้ส่งออก'สู้สงครามการค้า
นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ความมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันใหม่ให้ลูกค้าได้สิทธิประโยชน์มากกว่า (More Benefits) ล่าสุดเปิดให้บริการบัญชีมัลติเคอร์เรนซี่ (Multi-Currency Account) ซึ่งเป็นบัญชีที่ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจสามารถบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศได้สะดวก ง่าย ในบัญชีเดียว ด้วยการทลายขีดจำกัดการทำธุรกรรมแบบเดิมๆ เพราะลูกค้าไม่ต้องเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศหลายบัญชี เพื่อรองรับการรับโอนเงินหลายสกุล ลดความยุ่งยากในการเปิดบัญชี และสามารถบริหารจัดการธุรกรรมได้คล่องตัวขึ้น เพราะบัญชีเดียวสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 6สกุลเงิน ได้แก่ สกุล บาทไทย (THB), ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD), ยูโร (EUR), ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP), ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และ เยน (JPY) ลูกค้าสามารถรับโอนเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชี Multi-Currency Account ตามสกุลเงินนั้นๆ โดยอัตโนมัติ และแลกเปลี่ยน (Convert) เงินในบัญชีสกุลต่างประเทศเป็นสกุลบาทไทยด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกจัดการได้เองทันทีเมื่อพอใจกับอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการเรียกดูeStatement ได้ตลอดเวลา ผ่าน TMB Business Click พร้อมบริการแจ้งเตือนธุรกรรมทุกรายการโอนเงินเข้า-ออก ตลอดจนสรุปรายการเคลื่อนไหวของทุกสกุลเงินในบัญชีเดียวผ่านช่องทาง TMB Business Click และอีเมล
พิเศษสุดก็คือ ลูกค้าบัญชี Multi-Currency Account จะได้รับดอกเบี้ยตามแต่ละสกุลเงินทั้งสกุลบาทไทยและสกุลต่างประเทศทันที เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชี สำหรับขั้นตอนการสมัครนั้นง่ายมาก หากเป็นลูกค้าธุรกิจที่มีบัญชีกับทีเอ็มบีอยู่แล้ว สามารถติดต่อขอดำเนินการเปลี่ยนมาใช้บัญชี Multi-Currency Account ได้เลย หรือหากเป็นลูกค้าใหม่ สามารถขอเปิด พร้อมเลือกสกุลเงินต่างประเทศที่ต้องการใช้งานได้สูงสุด 5 สกุลเงิน (ไม่รวมสกุลเงินบาท) และสมัครใช้บริการ TMB Business Click ฟรี!! ไม่มีค่าธรรมเนียม การให้บริการบัญชี Multi-Currency Account นั้นสามารถตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจกลุ่มผู้ส่งออก ช่วยบริหารจัดการรายได้เงินตราต่างประเทศหลายสกุลในบัญชีเดียว โดยธนาคารคาดว่าจะมีลูกค้าธุรกิจผู้ส่งออกให้ความสนใจมาใช้บริการบัญชี Multi-Currency Account จำนวน 300รายในปีแรก เหตุผลที่ลูกค้าธุรกิจจะเข้ามาสมัครใช้ ล้วนมาจากประโยชน์มากมายที่ลูกค้าธุรกิจจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นความ สะดวก ง่าย และที่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดสำหรับผู้ประกอบการส่งออกอย่างแท้จริง นับเป็นการตอกย้ำที่ทีเอ็มบีเข้าใจและพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าธุรกิจที่สนใจเปิดบัญชี Multi-Currency Account หรือ การให้บริการบัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน 6 สกุลในบัญชีเดียว TMB Corporate Call Center โทร. 02-643-7000

Go To Lead


KBTG จัดสัมมนาใหญ่ Beyond Agile by KBTG
นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร-บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความสำคัญในการนำ Agile มาใช้ในองค์กร ซึ่งเปรียบเสมือนการลงทุนระยะยาว ที่ช่วยให้พลิกสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมที่จะสามารถเป็นผู้ชนะอย่างยั่งยืนในยุค Digital Disruption นี้ KBTG จึงได้จัดงานสัมมนา “Beyond Agile by KBTG” เพื่อมอบประสบการณ์หนึ่งวันเต็ม ที่ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาจะได้รู้ลึกถึงแก่น รู้จริงถึงต้นฉบับการใช้งานของ “Agile” เครื่องมือสำคัญที่จะพาองค์กรธุรกิจและนักพัฒนาโปรแกรมในองค์กรเทคโนโลยีไปสู่การ Transformation ที่สมบูรณ์แบบ ในวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00-17.00 น. ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน ในงานดังกล่าว จะได้พบกับวิทยากรระดับโลก 3 คน ได้แก่ Arie van Bennekum, Co-author of Agile Manifesto and Global Thought Leader หนึ่งในผู้คิดค้น Agile แกนคิดสำคัญในการพาองค์กรปรับตัวไปสู่ยุคใหม่ ในหัวข้อ “Agile and the Future”Erik Dernenburg, Head of Technology จาก ThoughtWorks บริษัทผู้ผลักดันการใช้ Agile จนแพร่หลายไปในองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ในหัวข้อ “Future Software Development with DevOps” Ken Collins, Director, Information Management & Analytics จาก Microsoft ผู้นำด้านการวิเคราะห์และการจัดการข้อมูล ที่มาเติมเต็มความรู้ ในหัวข้อ “Data Science in an Agile Business”นอกจากนี้ จะได้จุดประกายความคิดให้เป็นจริงกับ Panel Discussion ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ของการลงมือใช้ Agile อย่างมีประสิทธิภาพในองค์กรด้วยหัวข้อ “Learning from Leaders in Organization Transformation” จาก 4 องค์กรผู้นำด้านดิจิทัลและนวัตกรรม ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย, เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค, LINE ประเทศไทย และ SCG ติดตามรายละเอียดงาน “Beyond Agile by KBTG” ได้ที่เว็บไซต์ www.kbtg.tech และเฟสบุ๊ค KBTG Live เริ่มลงทะเบียนรับบัตรเข้างานและร่วมกิจกรรมได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ www.eventpop.me ด่วน !!มีจำนวนจำกัด

Go To Lead


MTL “เอ็กซ์ตร้า แคร์ พลัส”โฆษณาชุดใหม่ “ชีวิต Top Up”
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการสร้างความสุขและรอยยิ้มแก่ทุกคน พร้อมดำเนินธุรกิจด้วยความโดดเด่น ทั้งในด้านของการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายและแตกต่างด้วยนวัตกรรม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ ภายใต้สโลแกน “Happiness Means Everything : เพราะความสุขคือทุกอย่าง” โดยมุ่งเน้นเรื่องของการส่งมอบความสุขในทุกด้านให้กับลูกค้า พร้อมตอกย้ำจุดยืนนโยบาย “MTL Everyday Life Partner” ที่พร้อมเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทำการเปิดตัวโครงการ “เอ็กซ์ตร้า แคร์ พลัส (Extra Care Plus)” เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มพนักงานบริษัท (มนุษย์เงินเดือน) หรือผู้ที่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลโดยเฉพาะ ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย โดยเป็นการท็อปอัพ (Top Up) จากสวัสดิการหรือประกันสุขภาพที่มีอยู่ และปรากฎว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า "ล่าสุด บริษัทฯ จึงได้ทำการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “MTL Extra Care Plus : ชีวิต Top Up” ขึ้น เพื่อตอกย้ำความแรงและความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยแพร่ผ่านหลากหลายช่องทาง อาทิ เว็บไซต์ www.muangthai.co.th, YouTube, Facebook, Instagram และ Line Official เป็นต้น
ภาพยนตร์โฆษณาชุด “ชีวิต Top Up” บอกเล่าเรื่องราว “สุขนิยม” ของมนุษย์เงินเดือนในยุคปัจจุบันนี้ ที่ทุกคนต่างก็ชื่นชอบอะไรที่ “Extra” สามารถ Top up เพิ่มเติมความสุขให้กับชีวิตได้ ทั้งการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ส่วนลดตอนซื้อสินค้า เพิ่มความอร่อย การเพิ่มความสะดวกสบาย เพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต เพิ่มสิทธิประโยชน์ อะไรต่างๆ รอบๆ ตัว ต่างก็มีการเสริมเพื่อเพิ่มเติมความสุขให้ตัวเองหลังจากการเหนื่อยล้าจากการทำงานกันได้ทั้งนั้น แต่มีอีกด้านหนึ่งของชีวิตที่เหล่าบรรดามนุษย์ออฟฟิศกลับไม่ทันคิด ว่าสามารถเพิ่มให้ตัวเองได้ง่ายๆ ก็คือเมื่อยามเจ็บป่วยแต่สวัสดิการที่มีอยู่กลับไม่พอต่อการรักษา มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินที่ต้องจ่ายเองมากองอยู่ตรงหน้าแล้ว “Extra Care Plus” จากเมืองไทยประกันชีวิต คือตัวช่วยที่จะมา Top up สวัสดิการสุขภาพที่อาจจะมีอยู่แล้วแต่ก็มักจะไม่พอ เพื่อเพิ่มความสุขให้ชีวิตคุณได้ ด้วยการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินจากสวัสดิการสุขภาพที่คุณมี

Go To Lead


ผวา'สงครามการค้า'สินค้าจีนบุกโลก
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สหรัฐฯเริ่มทำสงครามการค้ากับจีน โดยขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนตั้งแต่รอบแรก จนถึงการขึ้นภาษีล่าสุดเมื่อเดือนพ.ค.2562 นั้น กรมได้ติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหลายฝ่ายเกรงกันว่า อาจมีสินค้าจากจีนจำนวนมากส่งออกไปประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงไทยแทนการส่งออกไปสหรัฐฯ แล้วอาจทำให้ผู้ผลิตของไทยได้รับผลกระทบ หากพบว่า มีการส่งออกมาไทยมากจนผิดปกติ หรือทำให้ผู้ผลิตของไทยที่ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันได้รับผลกระทบ เช่น มียอดขายตกต่ำ ส่วนแบ่งตลาดลดลง กรมสามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายต่างๆ ที่กรมดูแล เพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหา และเยียวยาผลกระทบให้กับผู้ผลิตของไทยที่ได้รับผลกระทบ

Go To Lead


ไทยสมายล์ 'ดึง'ลูกเรือเน็ตไอดอล โปรโมท
นางสาว สิริพร สิรินิจศรีวงศ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เปิดเผยว่า หวังเข้าถึงผู้โดยสารกลุ่มเป้าหมายในโลกโซเชียลมากขึ้น ซึ่ง VLOG ในสไตล์ไทยสมายล์นั้นจะเต็มไปด้วยเรื่องราวซ่อนรอยยิ้ม ผ่านแรงบันดาลใจ ของลูกเรือที่มีเสน่ห์และความโดดเด่น ตามสโลแกนของสายการบิน ไทยสมายล์ รอยยิ้มคู่ฟ้า โดยจะคัดสรร VLOG มากถึง 6 เรื่องราวถ่ายทอดการเดินทางของสายการบินไทยสมายล์ทั้งในและต่างประเทศบนสื่อออนไลน์โซเชียลมีเดียหลักทั้งช่อง YouTube, Facebook และ Instagram โดยเริ่มอัพโหลด VLOG แรกให้ชมกันแล้วที่ https://www.youtube.com/watch?v=fyRZcb_pyccสายการบินไทยสมายล์ กำลังสร้างสีสันใหม่ให้กับแวดวงการบินพาณิชย์ไทยอีกครั้ง ด้วยการสร้างสรรค์สื่อมีเดียอีกหนึ่งรูปแบบซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของทั้งเหล่า Blogger และผู้ติดตามในโลกโซเชียลอย่างมากในขณะนี้ โดยไทยสมายล์ได้จุดประกายไอเดียจัดทำ VLOG ซึ่งเป็นการบันทึกวิดีโอเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว ตลอดจนความชอบและกิจกรรมต่างๆ ผ่านการเดินทางและแนะนำของลูกเรือไทยสมายล์ #MyTravel ซึ่งกำหนดวางแผนจัดทำ VLOG จำนวน 6 เรื่องราว เพื่อสื่อสารโปรโมทเส้นทางการบินที่โดดเด่น ทั้งในประเทศที่ทำการบินในปัจจุบันจำนวน 10 ไฟล์ท และต่างประเทศอีกกว่า 17 เส้นทาง ตลอดจนเส้นทางการบินที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต
สำหรับ VLOG ปฐมฤกษ์ที่พร้อมเปิดตัวแนะนำไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวแบบไทยสมายล์ ได้แก่ VLOG “#หาดใหญ่Smileเต็มปอด” โดยมีไอดอลหรืออินฟลูเอนเซอร์ (Influence) ซึ่งเป็นลูกเรือไทยสมายล์ “มุก-กุลชา สุคนธเสนี” เป็นผู้แนะนำและเชิญชวนให้ผู้ชมร่วมเดินทางไปกับเธอ โดย VLOG นี้มีความยาว 2.20 นาที เล่าเรื่องราวการเดินทางตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินสายการบินไทยสมายล์ เส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ เพื่อไปสูดอากาศให้เต็มปอด ต่อเนื่องด้วยการท่องเที่ยวไปในสถานที่ไฮไลท์ที่น่าจับตาในเมืองหาดใหญ่และเมืองสงขลา ทั้งร้านอาหาร จุดแลนมาร์คต่างๆ ซึ่งการถ่ายทำ VLOG ชิ้นนี้มีความแตกต่างและโดดเด่นด้วยมุมกล้องสวยงาม และสีสันของภาพที่สดใสสบายตา ตลอดจนการดำเนินเรื่องที่สอดคล้องน่าดูน่าฟังและน่าติดตาม สายการบินไทยสมายล์พร้อมส่ง VLOG แนะนำไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวแบบไทยสมายล์ออกสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดยทำการอัพโหลดพร้อมให้ชมกันแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียหลัก

Go To Lead


บขส. แจกวีลแชร์ล็อตแรกให้แก่ผู้ด้อยโอกาส
นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า บขส. ได้จัดโครงการ “ทุกการเดินทางขับเคลื่อนความสุขสู่คนไทยด้วยวีลแชร์” ปี 2562 ขึ้น โดยตั้งเป้าแจกวีลแชร์ จำนวนไม่น้อยกว่า 99 คัน ให้แก่คนไทยที่ด้อยโอกาสทางการเคลื่อนไหว ได้แก่ คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้วีลแชร์สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและองค์กรสาธารณกุศลปีนี้ คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้ขอรับบริจาควีลแชร์ของบริษัทฯ ได้อนุมัติวีลแชร์ล็อตแรก จำนวน 40 คัน ซึ่ง บขส. ได้เริ่มทยอยแจกให้แก่ผู้ขอรับบริจาค ในพื้นที่ต่างๆ แล้ว อาทิ ผู้แทนจากสถานีเดินรถเชียงคำ , สถานีเดินรถเชียงราย และ สถานีเดินรถสกลนคร ได้ส่งมอบวีลแชร์ ให้กับนางสูน รัตนะ ผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่จังหวัดพะเยา , นายปฐม บวร ผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และ นางจิราพร นาขะมิ้น ผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 22 - 23 พฤษภาคม 2562 เป็นต้น
บขส. ได้จัดโครงการ“ทุกการเดินทางขับเคลื่อนความสุขสู่คนไทยด้วยวีลแชร์” โดยได้นำเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายตั๋วโดยสาร เงินบริจาคจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมสนับสนุนในวันคล้ายวัยสถาปนาบริษัทฯ เงินรายได้จากการจัดกิจกรรมตลาดนัดการกุศล และเงินจากตู้รับบริจาคที่ติดตั้ง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารต่าง ๆ ร่วมสมทบทุนจัดซื้อรถวีลแชร์ มอบแก่คนไทยด้อยโอกาส และ ขอเชิญชวน คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์แต่ขาดทุนทรัพย์ในการจัดซื้อ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและแจ้งความประสงค์ขอรับบริจาควีลแชร์ได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. และสถานีเดินรถ บขส.ทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Go To Lead


ทุเรียนภาคใต้ ให้ผลผลิตกว่า 4.4 แสนตัน
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ทุเรียนภาคใต้ปี 2562 ทั้ง 14 จังหวัด (กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี) ซึ่งคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้ ได้เห็นชอบผลพยากรณ์ในปี 2562 ครั้งที่ 3 (ข้อมูล ณ 8 พฤษภาคม 2562) พบว่า เนื้อที่ยืนต้นของทุเรียนภาคใต้ ปี 2562 มีจำนวน501,845 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 35,290 ไร่ หรือร้อยละ 8 เนื้อที่ให้ผล มีจำนวน 387,822 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 28,515 ไร่ หรือร้อยละ 8 ปริมาณผลผลิตรวม 445,220 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 140,953 ตัน หรือร้อยละ 46 โดยผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผล อยู่ที่ 1,148 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 301 กิโลกรัม หรือร้อยละ 36เนื้อที่ยืนต้นเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาของทุเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรจึงปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นโดยปลูกแทนพืชอื่น เช่น ยางพารา เงาะ ลองกอง ซึ่งเนื้อที่ให้ผลเพิ่มขึ้นจากทุเรียนที่ปลูกในปี 2557 เริ่มให้ผลผลิตในปีนี้ ส่งผลปริมาณผลผลิตรวมเพิ่มขึ้น โดยผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นเนื่องจากราคา ในปีที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ดี จูงใจให้เกษตรกรมีการดูแลรักษาต้นทุเรียน กอปรกับปีที่ผ่านมาต้นทุเรียนไม่ติดผลหรือให้ผลผลิตน้อย จึงมีเวลาในการพักต้นสะสมอาหารต้นสมบูรณ์ขึ้น
สำหรับผลผลิตทุเรียนของทางภาคใต้จะออกมาที่สุดที่จังหวัดชุมพร รองลงมาคือ นครศรีธรรมราช โดยผลผลิตในฤดูของทางภาคใต้เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน และจะออกมากในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนสิงหาคม 2562 (ร้อยละ 34 ของผลผลิตภาคใต้ทั้งหมด) ซึ่งราคาเฉลี่ยทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่เกษตรกรขายได้ที่สวนเฉลี่ยอยู่ที่ 93.29 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 19

Go To Lead


ชมพู่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ 'ลอรีอัล'
นายเจฟ เบลลิ่งแฮม ผู้จัดการทั่วไปแผนกอุปโภคและบริโภค บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ลอรีอัล ปารีส แบรนด์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าอันดับ 1 ของโลก เข้าใจว่าผู้หญิง ทุกคนต้องเจอกับปัญหาริ้วรอยผิวหย่อนคล้อยในชีวิตจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมความงามที่ก้าวล้ำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและความปรารถนาแห่งผิวอ่อนเยาว์ให้กลายเป็นจริง โดยในปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ L’OREAL PARIS YOUTH CODE PRE-ESSENCE (ลอรีอัล ปารีส ยูธ โค้ด พรีเอสเซนส์) เพราะสเต็ปแรกสำคัญที่สุดสำหรับการดูแลผิว และ L’OREAL PARIS REVITALIFT DERMALIFT (รีไวทัลลิฟท์ เดอร์มาลิฟท์) ที่มีพลัง เซนเทลล่า เอเชียติกา (Centella Asiatica) ผสานเดอร์มาลิฟท์ (Dermalift) ส่วนประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของ ลอรีอัล ปารีส พร้อมกับแคมเปญ #NEVERSURRENDER สร้างทัศนคติใหม่ให้ผู้หญิงไทย ‘ยอมรับแต่ไม่ยอมแพ้กับริ้วรอยที่เพิ่มมากขึ้น’ ซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม พร้อมเปิดตัวแคมเปญใหม่ “NEVER SURRENDER, I FIGHT, I’M WORTH IT” เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าอันดับ 1 ของโลก ซึ่งจะต่อยอดจากแคมเปญในปีที่แล้ว โดย ลอรีอัล ปารีส ขอพาสาวไทยร่วม FIGHT อย่างไร้ ทางแพ้ ปลุกพลังให้ลุกขึ้นสู้กับริ้วรอยเพื่อผลลัพธ์ความอ่อนเยาว์ที่เราคู่ควร โดยได้แบรนด์แอมบาสเดอร์อย่าง ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต
'ชมพู่' อารยา เอ ฮาร์เก็ต แบรนด์แอมบาสเดอร์ในแคมเปญ “L’OREAL PARIS REVITALIFT… NEVER SURRENDER, I FIGHT, I’M WORTH IT” บอกเล่าถึงประสบการณ์งาน FIGHT ริ้วรอยที่แม่ต้องไม่แพ้ว่า “ชมจะ FIGHT อย่างไร้ทางแพ้ ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าของ ลอรีอัล ปารีส โดยชมจะใช้ ลอรีอัล ปารีส ยูธ โค้ด พรีเอสเซนส์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำหน้าสู่ผิวอ่อนเยาว์ถึงขีดสุด เพื่อเร่งเผยผิวใหม่ และเตรียมผิวให้พร้อมเปิดรับทุกการบำรุง จากนั้นจะใช้ ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เดอร์มาลิฟท์ เดย์ และ ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เดอร์มาลิฟท์ ไนท์ ทุกเช้าและก่อนนอน เพราะด้วยพลังของเซนเทลล่า เอเชียติกา จึงช่วยให้ริ้วรอยดูลดเลือนผสานกับเดอร์มาลิฟท์ เทคโนโลยีช่วยยกกระชับและคืนความยืดหยุ่นสู่ผิว ผิวกระชับเด้งทั้ง 8 จุดสำคัญทั่วใบหน้าและลำคอ และที่ขาดไม่ได้คือ ลอรีอัล ปารีส ยูธ โค้ด สกิน แอคติเวติ้ง เฟอร์เมนต์ อาย เอสเซนส์ สำหรับการดูแลบำรุงผิวรอบดวงตา ด้วยอีลาสติก ไอซี่ มาสซาจ บีดส์ แท่งคูลลิ่งเอฟเฟค เพื่อใช้นวดผิวอย่างอ่อนโยน ให้บริเวณรอบดวงตารู้สึกกระชับ

Go To Lead

  --  
iClickNews.com