Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Hot News

'ผุด'โครงการอาเซียน ฟอร์ อาเซียน เนายกฯ 'เร่ง'งบเยียวยาและฟื้นฟู
สมาคมรับสร้างบ้าน'ลุ้น' มูลค่าตลาด 1.2หมื่นล้านุ CCP 'บุก'พรีแคสรับแรงงานขาด
'ธุรกิจแบงก์' 'ชู' Online Marketing ชิงลูกค้า "กิตติรัตน์" เผยไม่รีบลดสัดส่วนถือหุ้นรัฐวิสาหกิจ
เมืองไทยเดินหน้า'ขาย'ประกันน้ำท่วม อุตสาหกรรมทุ่ม 40 ล้านเช่าพื้นที่โรงเกลือ
ต่างด้าวลงทุน 10,592 ล้าน ผู้ส่งออกไทย'บุก''ตลาดอาหาร'ในจีน
“Roaring Twenties” มาแรง ' โนเกีย ลูเมีย 800' รุกตลาด
ไทย-เซิร์น 'ปั้น'นักฟิสิกส์ TCEB 'หนุน'จัดงานWorld Expo 2020
ททท.'ปลุก' ตลาดท่องเที่ยว 'ชี้'ทัวร์จีนแห่เที่ยวตรุษจีนนับแสนราย
ปตท. 'ขายหุ้นกู้'ผ่านระบบ Random เร่งฝึกอบรม'ปลูกข้าว

'ผุด'โครงการอาเซียน ฟอร์ อาเซียน
นายสรรเสริญ เงารังษีรองผู้ว่าการตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. ซึ่งได้นั่งตำแหน่งประธานคณะทำงานด้านการตลาดอาเซียน เปิดเผยว่า ประเทศในอาเซียนด้วยกันจะเลือกสินค้าเด่น ๆ ของตัวเอง มา 3 ประเภทสินค้า จาก 4 ประเภทสินค้าที่อาเซียนวางไว้คือ สินค้าท่องเที่ยววัฒนธรรม มรดกโลก, สินค้าท่องเที่ยวทางธรรมชาติ, สินค้าท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน และสินค้าท่องเที่ยวทางเรือ จากนั้นจะนำสินค้าที่ประเทศอาเซียนคัดเลือกแล้วมาผสมรวมกัน สร้างเป็นเส้นทางท่องเที่ยว 30 เส้นทาง ให้เอกชนนำไปเสนอขาย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งใจเข้ามาเที่ยวหลาย ๆ ประเทศในอาเซียนในการเดินทางแต่ละรอบ ซึ่งจะทำให้ทุกประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน
ส่วนแนวทางการทำตลาดแต่ละปีที่วางไว้ร่วมกันในอาเซียน ได้แก่ ปี 55 เริ่มรณรงค์โครงการอาเซียน ฟอร์ อาเซียน ส่งเสริมคนในอาเซียนเที่ยวประเทศในอาเซียนกันเอง เพื่อเป็นตลาดรองจากตลาดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าอาเซียน ปี 2556 ให้ประเทศในอาเซียนช่วยกันเลือกสินค้าที่สร้างสรรค์ ให้ประสบการณ์ชีวิต มาจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ร่วม กัน ปี 57 เน้นทำตลาดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) และปี 58 เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงวัย
เมื่อใกล้เวลาแห่งการเข้าร่วมเออีซีปี 2558 ประเทศในอาเซียนต้องกระตือรือร้นพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพทุกด้าน เพื่อรองรับประโยชน์ที่ได้จากการเปิดเสรี และรองรับการแข่งขันที่หนักหน่วงขึ้นจากการเปิดเสรี โดยในภาคท่องเที่ยวไทยมีความโดดเด่นนานแล้ว และทำตลาดมามาก แต่ประเทศในอาเซียนด้วยกันยังมีอีกหลายประเทศที่เพิ่งเริ่มให้ความสำคัญกับการทำตลาดท่องเที่ยว และสินค้าในประเทศก็ยังสดใหม่ สมบูรณ์มากพอจะดึงดูดต่างชาติเข้าไป ขาดแต่เพียงระบบสาธารณูปโภคที่ดี หากคนไทยด้วยกันยังมัวสร้างปัญหาทะเลาะกันเอง ทำให้ประเทศถอยหลังนับหนึ่งใหม่ตลอดเวลา ก็ต้องระวังไว้ว่า ไทยอาจต้องประสบชะตากรรมเหมือนนิทานอีสปกระต่ายกับเต่า กลายเป็นกระต่ายที่โดนเต่าน้อย ๆ ที่ตามหลังช้า ๆ แซงหน้า

Go To Lead


นายกฯ 'เร่ง'งบเยียวยาและฟื้นฟู
นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ส่วนราชการดำเนินการตามงบประมาณที่ได้ขออนุมัติไว้ โดยเฉพาะโครงการเยียวยา ฟื้นฟู ที่วางแผนดำเนินการช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. นี้ เช่น การซ่อมแซมสะพาน ถนน จะต้องดำเนินการเร่งด่วน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับการใช้จ่ายงบประมาณ
"หากโครงการใดตรวจสอบแล้ว ยังไม่มีการดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์หลังจากที่งบประมาณได้ลงไปแล้วจะขอเรียกเงินกลับคืน เพราะงบประมาณมีจำกัด ต้องการเห็นการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด ต้องลงมือก่อนฤดูฝนที่จะมาถึงในปีนี้ นอกจากนั้นการดำเนินงานจะต้องสอดคล้องกับแผนงานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู และสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ และ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่รับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เริ่มจากต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งการจัดทำโซนนิ่ง" นางฐิติมา กล่าาว

Go To Lead


สมาคมรับสร้างบ้าน'ลุ้น' มูลค่าตลาด 1.2หมื่นล้าน
ดร.พัชรา ตัณฑยรรยง นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า นโยบายของสมาคมฯ ปี 2555-2556 คงมุ่งเน้นความสำคัญในการยกระดับมาตรฐานของธุรกิจรับสร้างบ้านให้เป็นที่ยอมรับกับผู้บริโภค โดยแบ่งนโยบายหลักออกเป็น 2 เรื่องคือ การยกระดับมาตรฐานทางวิชาชีพ และการสร้างการับรู้ในคำว่า รับสร้างบ้าน โดยในส่วนของการยกระดับมาตรฐานทางวิชาชีพสมาคมฯ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของสมาชิก โดยเฉพาะการพัฒนามาตรฐานและคุณภาพการให้บริการเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจสูงสุด โดยสมาคมฯจะมีการจัดตั้งโครงการพัฒนาวิชาชีพธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งจะมุ่งเน้นการฝึกอบรม พัฒนา และให้ความรู้ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างต่อเนื่อง โครงการดังกล่าวนอกจากสมาชิกสมาคมฯแล้ว ยังเปิดโอกาสให้บริษัทรับสร้างบ้านอื่นๆ สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวนี้ได้ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานทั้งธุรกิจไปพร้อมๆ กัน
โครงการดังกล่าวนอกจากจะเป็นการช่วยพัฒนาและยกระดับมาตรฐานของธุรกิจรับสร้างบ้าน ทั้งระบบแล้วยังสามารถช่วยรองรับการแข่งขันระดับนานาชาติซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตหลังการเปิดเสรีการค้าอาเซียนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้สมาคมฯยังมีแนวทางในการพัฒนาฐานข้อมูลที่เกี่ยวกับธุรกิจ รับสร้างบ้านด้วย โดยแบ่งออกเป็น 2 แนวทางคือ การเร่งพัฒนางานทางด้านวิชาการให้มีความเข้มข้น มากขึ้น โดยเฉพาะการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการให้มากที่สุด และการร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในการทำวิจัยร่วมกัน อาทิ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำหรับนโยบายหลักอีกประการก็คือ การสร้างการรับรู้ในคำว่า “รับสร้างบ้าน” ซึ่งถือเป็นเรื่อง ที่สมาคมฯ ดำเนินการมาโดยตลอด และยังคงเป็นเรื่องที่ต้องมีการสานต่ออย่างต่อเนื่องผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การจัดงาน รับสร้างบ้าน Focus, การจัดงานรับสร้างบ้าน เป็นต้น นอกจากนี้สมาคมฯ จะเร่งสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านการให้ความรู้ความเข้าใจในธุรกิจรับสร้างบ้านผ่านบทความทางวิชาการ อาทิ ความรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้าน, วัสดุก่อสร้างประเภทต่างๆ, ความรู้ทางด้านการเงิน ฯลฯ ให้เพิ่มมากขึ้น
“นโยบายเรายังให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นหลัก โดยเฉพาะการสื่อสารและสร้างการรับรู้ในคำว่า “รับสร้างบ้าน” ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ทำได้ดีมาโดยตลอด ส่วนแบ่งการตลาดของสมาชิกแต่ละบริษัทเพิ่มขึ้น ยอดขายก็เติบโตขึ้น และเราก็เห็นพัฒนาการของแต่ละบริษัทเองก็เพิ่มความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เรายังมุ่งเน้นที่จะสานต่อ พร้อมกับวิธีในการนำเสนอที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น” ดร.พัชรา กล่าว
ดร.พัชรา กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของภาพรวมตลาดรับสร้างบ้าน ก็ยังถือเป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญ โดยในปีที่ผ่านมาตลาดรับสร้างบ้านมีมูลค่ารวมที่ประมาณ 11,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่สมาคมฯ คาดการณ์ไว้ประมาณ 500 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากปัญหาอุทกภัย รวมถึงการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงาน ขณะที่ในปี 2555 คาดว่ามูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ราว 12,000 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ชะลอการตัดสินใจในช่วงที่มีอุทกภัยจะกลับเข้ามาสร้างบ้านอีกครั้ง ขณะเดียวกันค่าเฉลี่ยของการสร้างบ้านแต่ละหลัง มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ และการเร่งสร้างการรับรู้ในคำว่า “รับสร้างบ้าน” ของสมาคมฯ ให้เป็นที่ยอมรับกับผู้บริโภคมากขึ้นด้วย

Go To Lead


CCP 'บุก'พรีแคสรับแรงงานขาด
นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด(มหาชน)หรือ CCP เปิดเผยว่า บริษัทจะรุกตลาดพรีแคสมากขึ้น เพราะปัจจุบันภาคธุรกิจการก่อสร้างมีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานเป็นจำนวนมาก เพราะแรงงานส่วนใหญ่จะย้ายไปทำงานในภาคธุรกิจอื่นมากกว่า อีกปัจจัยคือสภาพภูมิอากาศในประเทศที่ไม่แน่นอน ที่จะมีผลกระทบต่อระยะเวลาในการผลิต การส่งมอบงาน จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือเจ้าของโครงการหันมาใช้ชิ้นส่วนก่อนสร้างสำเร็จรูปหรือพรีแคสมากขึ้น ซึ่งพิจารณาได้จากยอดขายของบริษัท สินค้าประเภทพรีแคสเพิ่มขึ้นจาก 30% เมื่อ 5 ปีก่อนเป็น 60% ในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับรีดดี้มิกซ์และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการนำระบบพรีแคสมาใช้ จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้นและช่วยลดต้นทุนการผลิตและจำหน่ายได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้โรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่จ.ชลบุรี สามารถรองรับการผลิตได้เป็นอย่างดี ซึ่งปี 2554 ที่ผ่านมาสามารถผลิตได้กว่า60% จากกำลังการผลิตเต็มที่ทั้งหมด 45,000 คิว/เดือน และในปีนี้จะมีกำลังการผลิตที่ 30,000-40,000 คิว/เดือน ทั้งนี้เพราะงานจากภาคเอกชนมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะการที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่เข้าไปประมูลงานจากภาครัฐได้มากขึ้น ทำให้ CCP ผลิตสินค้าให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวในสัดส่วนถึง 50% ส่วนอีก 50% ที่เหลือเป็นการผลิตสินค้าให้กับโครงการประเภทคอนโดมิเนียมในจังหวัดทางภาคตะวันออก และกทม. รวมไปถึงงานด้านลำเลียงน้ำ ท่อส่งน้ำ “ในปีนี้เราจะขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าภาคเอกชนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวสูงทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ขณะที่โครงการภาครัฐในส่วนของการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน การบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนโครงการประเภทอื่นๆ บริษัทฯมีความพร้อมที่จะเข้าประมูลงานคอนกรีตทุกรูปแบบด้วยเช่นกัน โดยในปีนี้สัดส่วนงานภาคเอกชนและรัฐบาลจะอยู่ที่ 30-70% จากปี 2554 ที่งานภาครัฐจะอยู่ในสัดส่วน 70% และเอกชน 30%” นายชาคริตกล่าว

Go To Lead


'ธุรกิจแบงก์' 'ชู' Online Marketing ชิงลูกค้า
นายปิยะศักด์ เตชะเสน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท กรุงไทย การ์ด พับบลิค จำกัด หรือ KTC เปิดเผยกับ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม ว่า ปีนี้เราเน้นกลยุทธ์ Online Marketing ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด โดยช่วงนี้กำลังพัฒนาระบบไอที คาดว่าช่วงไตรมาสสอง คงพร้อมใช้บริการ สำหรับOnline Marketing เป็นช่องทางใหม่ ในการทำการตลาด และเราจะหาตลาดใหม่ๆเพิ่มขึ้น รวมทั้งการสร้างแบรนด์ KTC
"ปัจจุบันช่องทางของเรา มีทั้งเอาท์ซอซ ไดเร็กต์ เซลล์และเทเล เซลล์ เป็นต้น สัดส่วนตลาดเอาท์ซอส 50 % " นายปิยะศักดิ์กล่าวและว่า
ต่อไปเราคงทำงานหลายมิติมากขึ้นและคงต้องดูโอกาสทางการตลาด

Go To Lead


"กิตติรัตน์" เผยไม่รีบลดสัดส่วนถือหุ้นรัฐวิสาหกิจ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า จะสานต่อนโยบายของนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลังตามเดิม เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว และพร้อมที่จะรับฟังคำแนะนำต่าง ๆ รวมทั้งหารือร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดถ้าเป็นประโยชน์เพื่อประเทศชาติ ส่วนกรณีที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจของกระทรวงการคลังลงนั้น ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้มีนโยบายที่จะขายหุ้นรัฐวิสาหกิจออกไป เพียงแต่ต้องการจัดระบบการถือครองหุ้นใหม่ โดยให้กองทุนวายุภักษ์ถือแทน ซึ่งปัจจุบันกองทุนฯ ก็ถือครองหุ้นรัฐวิสาหกิจอยู่แล้ว และเกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้ถือหน่วยลงทุนและภาครัฐ
“การโอนหุ้นรัฐวิสากิจไปให้กองทุนวายุภักษ์นั้น ยืนยันว่าไม่ใช้การตกแต่งบัญชี แต่เป็นการจัดหนี้สาธารณะให้เข้าที่เข้าทาง ซึ่งเป็นหลักการที่ดี และอยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการได้ รัฐบาลไม่ได้มีนโยบายที่จะขายหุ้นรัฐวิสาหกิจทิ้ง เพื่อให้ผู้ที่อยู่ภายนอกการกำกับดูแลของภาครัฐ และการจัดระบบให้ถูกต้องนี้ มีเจตนาเพื่อลดหนี้สาธารณะลง อีกทั้งประเทศอื่น ๆ ไม่ค่อยมีรัฐวิสาหกิจแล้ว เศรษฐกิจเขาโตเต็มที่ โดยให้เอกชนเข้ามาทำ เราต้องเดินไปในทิศทางนั้นเช่นกัน โดยหากปรับลดการถือหุ้นลงในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องถือมากกว่า 49% ก็บริหารจัดการได้ เราจะทำอะไรที่ต้องชี้แจงได้และยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่เราจะลดการถือหุ้นรัฐวิสาหกิจลงภายในปีงบประมาณ 55 ถ้ายังไม่พร้อมไปทำในปี 56 ก็ได้” นายกิตติรัตน์กล่าว

Go To Lead


เมืองไทยเดินหน้า'ขาย'ประกันน้ำท่วม
นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันภัย เปิดเผยว่า หลังจากทางบริษัทได้ทำสัญญาประกันภัยต่อเพื่อคุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้ทางบริษัทพร้อมในการรับประกันภัยทรัพย์สินที่จะขยายความคุ้มครองไปยังภัยน้ำท่วมเช่นกัน ซึ่งจะขายผ่านทุกช่องทาง รวมถึงแบงก์แอสชัวรันซ์ที่ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย การรับประกันภัยดังกล่าวจะกำหนดซับลิมิต (วงเงินความรับผิดย่อย) สำหรับภัยธรรมชาติ ซึ่งขึ้นอยู่กับความคุ้มครองลูกค้าแต่ละราย โดยซับลิมิตสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท/ราย ขณะที่ค่าเบี้ยน่าจะอยู่ในอัตราประมาณ 10-15% ของวงเงินที่เป็นซับลิมิต

Go To Lead


อุตสาหกรรมทุ่ม 40 ล้านเช่าพื้นที่โรงเกลือ
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ใช้งบประมาณ 40 ล้านบาท เช่าพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ที่บริเวณโรงเกลือมาร์เก็ต ประตูน้ำพระอินทร์ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อจัดตั้งศูนย์พักพิงอุตสาหกรรมเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ประสบอุทกภัย ทั้งที่อยู่ในและนอกนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้ดำเนินการผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ประสบอุทกภัยรายใดที่เดือดร้อน สามารถใช้พื้นที่ที่เตรียมไว้ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ไม่ว่าจะใช้เป็นสำนักงานชั่วคราวหรือเป็นที่ผลิตสินค้าชั่วคราว หรือเป็นที่จัดเก็บเครื่องจักรที่ชำรุดหรือเป็นที่รอการซ่อมแซม รอวัตถุดิบและสินค้าที่รอการผลิตหรืออุปกรณ์สิ่งของที่ได้รับความเสียหายที่รอการทำลายทิ้งระหว่างที่รอสถานประกอบการเดิมซ่อมแซมหรือปรับปรุง เป็นต้น
“กระทรวงอุตสาหกรรมจะเปิดให้บริการโครงการศูนย์พักพิงฯ เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ค.นี้ ซึ่งผู้ประกอบการรายใดต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้ว 94 ราย โดยพื้นที่ที่จัดเช่า ได้ปรับปรุงพื้นที่ ติดตั้งระบบสาธารณูปโภคทุกประเภท เพื่อรองรับระบบการผลิตชั่วคราว และมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงจัดรถบรรทุกเพื่อขนส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการด้วย” ปลัดกล่าว

Go To Lead


ต่างด้าวลงทุน 10,592 ล้าน
ความคืบหน้า คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม 2554 จำนวน 260 ราย มูลค่าการลงทุน 10,592 ล้านบาท ยอดสะสมตั้งแต่ 3 มีนาคม 2543 - 31 ธันวาคม 2554 จำนวน 2,881 ราย รวมมูลค่าการลงทุน 145,556 ล้านบาท

Go To Lead


ผู้ส่งออกไทย'บุก''ตลาดอาหาร'ในจีน
นายฟรานเซสโก ซานต้า ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ เฟียร่า มิลาโน่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า เฟียร่า มิลาโน่ เป็นบริษัทจัดงานแสดงสินค้าชั้นนำของอิตาลีและเป็นหนึ่งในผู้จัดงานรายใหญ่ของโลก มีความพร้อมทั้งในด้านสถานที่จัดงาน สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อประชาสัมพันธ์ พันธมิตรในประเทศต่างๆ และบริการที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2554 ที่ผ่านมาได้จัดงานมากกว่า 100 งาน ทั้งในประเทศอิตาลี บราซิล จีน อินเดีย และรัสเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานแสดงสินค้าที่มุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับธุรกิจกับธุรกิจ หรือ B2B ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม และได้ต้อนรับผู้แสดงสินค้ากว่า 30,000 ราย
เรามั่นใจว่าการผนึกกำลังกับผู้จัดงานแสดงสินค้านิทรรศการระดับแนวหน้าของเอเชียอย่าง กลุ่มบริษัทเวิลด์เด็กซ์ จะทำให้การจัดงาน ไชน่า กว่างโจว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด แอนด์ เบเวอเรจ เทรด แฟร์ (ฟู้ด ฮอสปิทาลิตี้ เวิลด์) 2012 ประสบความสำเร็จด้วยดีในการแสดงถึงศักยภาพของประเทศจีนซึ่งเป็นทั้งตลาดและแหล่งผลิตสินค้าที่สำคัญระดับโลก อีกทั้งช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กในการขยายตลาดอีก
ด้านนางสาวเจียง เหวินเหวิน รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท เวิลด์เด็กซ์ ไชน่า กล่าวว่า งานไชน่า กว่างโจว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด แอนด์ เบเวอเรจ เทรด แฟร์ (ฟู้ด ฮอสปิทาลิตี้ เวิลด์) 2012 เป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหารระดับนานาชาติครั้งแรกที่จัดขึ้นในภาคใต้ของประเทศจีนกวางตุ้งยังเป็นผู้นำของกลุ่มมณฑลเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pearl River Delta) หรือที่รู้จักกันในฐานะกลุ่ม 9+2 ประกอบด้วยมณฑลกวางตุ้ง ไหหลำ ยูนนาน กุ้ยโจว เสฉวน หูหนาน เจียงซี ฝูเจี้ยน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า ภูมิภาคนี้มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมากที่สุดในประเทศจีน และมีจำนวนประชากรมากกว่า 456 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 34.8 ของประชากรทั้งหมด ทั้งยังสร้างจีดีพีถึง 1.96 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่าหนึ่งในสามของจีดีพีทั้งหมดของจีนอีกด้วย จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาลสำหรับผู้ประกอบการของไทย
อนึ่ง การที่การค้าระหว่างไทยกับจีนมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในปีนี้มีมูลค่าถึง 2.8 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าจากเมื่อ 10 ปีก่อน และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงมีการทำข้อตกลงทวิภาคีเพื่อแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่นกับธนาคารกลางของจีน ยิ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการธุรกิจในการทำธุรกรรมระหว่างกันด้วยสกุลเงินหยวนและบาท ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินดอลล่าร์ และช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศต่อไปในอนาคต สำหรับงานไชน่า กว่างโจว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด แอนด์ เบเวอเรจ เทรด แฟร์ (ฟู้ด ฮอสปิทาลิตี้ เวิลด์) 2012 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2555

Go To Lead


“Roaring Twenties” มาแรง
Ms. Jennifer ผู้สังเกตการณ์แนวโน้มแฟชั่น ทำนายว่าแนวโน้มในปีต่อไปจะเป็น “Roaring Twenties”ประยุกต์จากแฟชั่นยุคทศวรรษ 1920 ไม่ว่าจะเป็นอัญมณีที่สร้างสรรค์ (inspired jewelry) และการแต่งกายจากแฟชั่นโชว์ช่วงฤดูใบไม้ผลิ รายการโทรทัศน์ HBO Boardwalk Empire และสินค้าอัญมณีชิ้นสำคัญจาก The Great Gatsby (ที่บริษัท Tiffany & Co ได้ออกแบบให้กับภาพยนต์เรื่องนี้) Ms. Jennifer คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการสร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับ รูปแบบลายดอกไม้ (Floral motifs) และ เครื่องประดับ (Accessories) สีขาวและดำ
ด้านสำนักการค้าต่างประเทศ ประจำนิวยอร์ก รายงานว่า 10 อันดับแนวโน้มการค้าปลีกอัญมณีและเครื่องประดับของปี 2011 ได้แก่
1. เงิน เมื่อเราถามว่าอะไรที่ขายได้ในปี 2011 จะได้คำตอบคือ “เงิน เงิน เงิน และเงินเท่านั้น” ในอดีตผู้จำหน่ายอัญมณีเครื่องประดับในระดับ Hi end (Fine jeweler) ไม่สนใจเครื่องประดับเงินแต่ปัจจุบันเงินกลายเป็นสินค้าที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในอุตสาหกรรม ส่วนหนึ่งเนื่องจากราคาทองคำที่สูงขึ้นและอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาของเงินราคาไม่สูงมาก ผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อถึงแม้เป็นช่วงเศรษฐกิจซบเซา
2. การรับซื้อเพชรจากผู้บริโภค สมาคม Jewelers' Circular Keystone (JCK) กล่าวว่า ผู้จำหน่าย อัญมณีหลายรายได้เปลี่ยนความคิดจาก “เรารับซื้อทอง” ไปเป็น “เรารับซื้อทองและเพชร” ร้านค้าปลีกแห่งหนึ่งได้กล่าวว่า เขาจะไม่ซื้อจากผู้จำหน่าย (dealer) อีกต่อไป เขาได้เพชรทั้งหมดที่ร้านต้องการจากการรับซื้อในร้านค้าของเขาเอง นักวิเคราะห์ Mr. Ben Janowski ได้ทำนายว่า ถึงแม้ว่าแนวโน้มนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นแต่เมื่อผู้บริโภครู้ว่าราคาเพชรเพิ่มสูงขึ้นมากในปัจจุบัน “ต่อไปแหล่งเพชรจะอยู่ที่ผู้บริโภคเพชรในสหรัฐอเมริกา (U.S public)”
3. เพชร ผู้บริหารบริษัท De Beers กล่าวว่าเขามีความแปลกใจมากกับการเพิ่มขึ้นของยอดขายเพชรไม่ใช่ในต่างประเทศเท่านั้นแต่รวมถึงในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย เพชรสีเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ขายสินค้า อัญมณีราคาแพง (high-end jeweler)
4. มีผู้กล่าวว่าลูกค้าหลายคนกำลังมองหาแหวนหมั้นอัญมณีที่เป็นอัญมณีหินสี เป็นแนวโน้มของเครื่องประดับ
5. ลูกปัด/จี้สร้อยคอสร้อยข้อมือ (Beads/charms) ผู้ค้าอัญมณีบางรายมียอดขายที่ลดลง และไม่ได้เป็นปีที่ดีของบริษัท Pandora (และหุ้นของบริษัท) แต่ผู้ค้าอัญมณีหลายรายยังคงผลิตเครื่องประดับ ลูกปัด/จี้สร้อยคอสร้อยข้อมือเหมือนกับบริษัท Pandora โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท Chamilia และบริษัท Trolldeads ถึงแม้สินค้าลูกปัด/จี้สร้อยคอสร้อยข้อมือเป็นแฟชั่น แต่สินค้าก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่
6. สินค้าเครื่องประดับที่มีลักษณะปรับเปลี่ยนอัญมณีได้ (Jewelpop) ของบริษัท Kameleon เป็นที่กล่าวถึงกันมากและมีผลให้ยอดขายสูงขึ้นและน่าจะมีการฟ้องร้องต่อบริษัทที่เลียนแบบ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญลักษณ์ว่ารูปแบบสินค้าแบบนี้ประสบผลสำเร็จแล้ว
7. ร้านค้าอัญมณีรายงานว่าเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมา Forevermark มียอดขายที่น่าพอใจถึงแม้จะเป็นเพียงฤดูกาลเดียว แต่ก็เป็นสัญญานที่ดีของสินค้าชนิดนี้
8. แนวโน้มสินค้าแฟชั่นใดที่จะมาแรงในอนาคตที่มีราคาจับต้องได้? เพื่อนร่วมงานของ Mr. Paul Holewa คิดว่าน่าจะเป็นไข่มุก: เขากล่าวว่า “การเลี้ยงมุกน้ำจืดทำให้ราคาของมุกดึงดูดผู้บริโภคมากขึ้น”
9. การออกแบบและผลิตเครื่องประดับตามความต้องการของลูกค้า (Custom work) ยังคงไปได้ดีในด้านของยอดขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้นทุนของวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น ผู้ค้าอัญมณีต้องการที่จะเก็บสินค้าในสต๊อคให้น้อยที่สุดที่จะทำได้ (ผู้ค้าอัญมณียังคงเก็บต้นแบบสินค้าไว้) และแนวโน้มนี้ยังเกิดขึ้นกับบริษัท online ด้วย ไม่ใช่เพียงบริษัท Gemvara แต่บริษัท Sterling ก็มีความสนใจด้วย
10. การจับคู่ทางธุรกิจ หลังจากที่สถานการณ์ทางเศรษกิจดีขึ้นจากปี 2008 – 2009 ผู้ค้าอัญมณีตระหนักว่าบริษัทผู้จำหน่ายรายใดที่ช่วยเหลือในเวลาที่ยากลำบาก – และบริษัทใดที่ไม่ช่วย ดังนั้นผู้ค้าอัญมณีจะมุ่งเน้นการทำธุรกิจบริษัทผู้จำหน่ายสินค้าที่เป็นบริษัทคู่ค้าที่จริงใจ

Go To Lead


' โนเกีย ลูเมีย 800' รุกตลาด
นายแกรนท์ แมคบีธกรรมการผู้จัดการ โนเกีย ประเทศไทยและตลาดเอเชียเกิดใหม่ เปิดเผยว่า โนเกีย ลูเมีย 800 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการวินโดว์โฟนรุ่นแรกของโนเกีย จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในไทย ภายในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2012 ในระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ โนเกีย คาร์ โหมด สำหรับมือถือระบบปฏิบัติการเบลล์ ให้เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับเครื่องเสียงอัลไพน์ ในรถยนต์ โนเกีย ลูเมีย 800 ได้ออกแบบให้มีหลากสี เด่นเรื่องดีไซน์ รองรับการใช้งานสังคมออนไลน์และอินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วและง่ายดาย มีความสามารถด้านการถ่ายภาพ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโนเกีย และประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ โนเกียในประเทศไทยได้ก้าวสู่ปี 2555 พร้อมไปกับการเข้าสู่ยุคใหม่ของโนเกีย ผ่านสมาร์ทโฟนบนระบบปฏิบัติการวินโดว์โฟน
คุณสมบัติเบื้องต้นของลูเมีย 800 จออะโมเลด 3.7 นิ้ว ใช้งานในสัมผัสเดียว หน่วยประมวลผล 1.4 กิกะเฮิร์ตซ มาพร้อมอินเตอร์เน็ตเอ็กซโพลเรอร์ 9 เลนส์คาร์ล ไซซ์ ถ่ายภาพวิดีโอและภาพนิ่งระดับเอชดี หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 16 กิกะไบต์ และสกายไดรฟ์ของไมโครซอฟท์ หรือหน่วยความจำออนไลน์ฟรี สำหรับให้เก็บภาพและเพลง.

Go To Lead


ไทย-เซิร์น 'ปั้น'นักฟิสิกส์
ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และประธานคณะอนุกรรมการความร่วมมือด้านวิชาการและวิจัยกับเซิร์น (CERN) หรือ องค์กรเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป เปิดเผยว่า หลังจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน หรือ สซ.ได้ลงนามความร่วมมือรกับเซิร์น เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนเซิร์นถึง 4 ครั้ง และมีความสนพระทัยอย่างมากในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเซิร์น เพื่อให้การทำงานภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด สซ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในโครงการความร่วมมือไทยกับเซิร์น กับ 12 หน่วยงาน คือสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานพัฒนาวิจัยการเกษตร
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้ไทยพัฒนาบุคลากรด้านฟิสิกส์อนุภาค ซึ่งเป็นสาขาขาดแคลน และเป็นโอกาสที่นักวิชาการไทยจะได้สัมผัส เรียนรู้ และใช้ประโยชน์จากการค้นคว้าทดลองที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกปัจจุบันไทยมีความร่วมมือกับเซิร์นใน 4 โครงการ คือ โครงการคัดเลือกนักศึกษาและครูสอนฟิสิกส์ เพื่อเข้าร่วมโปรแกรมภาคฤดูร้อนเซิร์น โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคำนวณโดยการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์กริด ของเซิร์น โครงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเซิร์น อาทิ เซิร์นสคูลไทยแลนด์ และ การอบรมครูฟิสิกส์ไทย และโครงการอบส่งเสริมนักศึกษาปริญญาโท-เอก นักวิจัยไปทำงานวิจัย ที่ เซิร์น และพัฒนาให้เกิดการทำวิจัยร่วมกับเซิร์น

Go To Lead


TCEB 'หนุน'จัดงานWorld Expo 2020
นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB เปิดเผยกับ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม (www.iclicknews.com) ว่า เรามีความมั่นใจว่าประเทศไทย พร้อมจัดงาน World Expo 2020 โดยนำเสนองาน EXxpo ที่แตกต่าง ทั้งการใช้วิถีชีวิตท้องถิ่น และเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น
คอนเซปต์ของเรา คือ Believe in Thailand มั่นใจเมืองไทยพร้อม
"เรื่องน้ำท่วมนั้น เราคิดว่าไม่มีปัญหา สามารถป้องกันได้ ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วม บีโอไอได้กำหนดมาตราการสองระยะ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบภัย คือ มาตรการฉุกเฉินระหว่างเกิดน้ำท่วและมาตรการฟื้นฟู เพื่อช่วยลดความสูญเสียและฟื้นฟูธุรกิจแก่ผู้ประสบภัยสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด"
โดยเฉพาะในส่วนการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนเดิมย้ายฐานการผลิต รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่ปีนี้สสปน.ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้เดินทางไมซ์ จำนวน 750,000 คน และสร้างรายได้มูลค่า 60,120 ล้านบาท

Go To Lead


ททท.'ปลุก' ตลาดท่องเที่ยว
นายสุรพล เศวตเศรนีผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า แนวทางการกู้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยหลังกระแสข่าวก่อการร้าย ททท. จัดตั้งคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤติ (ศวก.) มานานแล้ว คอยจัดการกับทุกวิกฤติ ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน ทาง ศวก. ได้ติดตามข่าวสารใกล้ชิด รวบรวมข้อเท็จจริง ชี้แจงไปสู่ทั่วโลกผ่านสำนักงาน ททท. และมุ่งหน้าทำตลาดตามปกติ ล่าสุดได้เข้าร่วมงาน อาเซียน ทัวริสซึ่ม ฟอรั่ม 2012 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมานาโด รัฐสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งในงานมีทั้งการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีอาเซียนด้านท่องเที่ยว การแถลงข่าวนำเสนอสินค้าของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน รวมทั้งงานส่งเสริมการขาย ซึ่ง ททท. ก็ได้ใช้เวทีนี้ชี้แจงไปแล้วว่าแหล่งท่องเที่ยวไทยกลับสู่สถานการณ์ปกติแล้วหลังอุทกภัย ส่วนเรื่องก่อการร้าย ก็มีสื่อต่างชาติสอบถามบ้าง แต่ไม่มาก ซึ่ง ททท. ก็พยายามอธิบายสร้างความมั่นใจการดูแลความปลอดภัยไปแล้ว ขณะเดียวกัน ททท. ก็ใช้โอกาสนี้ดึงตลาดอาเซียนเข้ามาเที่ยวไทยด้วย เพราะตลาดนี้อยู่ไม่ไกลจากไทย ใกล้ชิดข่าวสารของไทยที่สุด เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ตลาดนี้ตกใจเร็ว แต่กลับมาเร็วเช่นกัน
ททท. ให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนนานแล้ว โดยได้ตั้งสำนักงานที่ประเทศมาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักในอาเซียนที่มาเที่ยวไทย และยิ่งใกล้เปิดเสรี หลังเป็นประชาคมอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 ยิ่งทำให้ตลาดอาเซียนสำคัญมากขึ้น เพราะประเทศในอาเซียน มีประชากรรวมกันกว่า 650 ล้านคน และคนแต่ละประเทศเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น จากเศรษฐกิจในประเทศที่ดีวันดีคืน จึงเป็นตลาดที่น่าจับตา” ททท. ได้นำเสนอสินค้าท่องเที่ยวใหม่ ๆ โดยชูทางเลือกจุดหมายท่องเที่ยวรอง ๆ ให้เดินทางเชื่อมต่อ หลังจากเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ภูเก็ต หาดใหญ่ หรือเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางหลัก เช่น มากรุงเทพฯ แล้วไปต่อที่ หัวหิน ราชบุรี ปากช่อง เขาใหญ่ หรือไปภูเก็ต หรือหาดใหญ่ แล้วไปต่อที่ ตรัง กระบี่ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ขณะเดียวกันยังเน้นให้เห็นว่าไทยมีสินค้าท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มความสนใจเฉพาะ เช่น ฮันนีมูน กอล์ฟ และบริการทางสุขภาพ
นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสนี้ให้ตัวแทนจำหน่ายทัวร์ของทั้งสอง ประเทศ แสดงความคิดเห็นกับสินค้าท่องเที่ยวของไทย และนำเสนอแนวทางดี ๆ ที่น่าจะช่วยให้ไทยยังครองอันดับต้น ๆ ในใจของนักท่องเที่ยวในตลาดนี้ได้ ซึ่งข้อคิดเห็นสำคัญที่ได้มาจากตลาดอินโดนีเซีย ได้แก่ ต้องการให้ไทยลงทุนสร้างสินค้าท่องเที่ยวใหม่ เหมือนที่สิงคโปร์ลงทุนสร้างยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอ รวมทั้งต้องการให้การบินไทยสนับสนุนโควตาที่นั่งบนเที่ยวบินเข้ากรุงเทพฯ เพราะที่ผ่านมามักมีปัญหาการจองที่นั่งไม่ได้ หนำซ้ำยังเจอปัญหาตั๋วเครื่องบินมาไทยราคาแพงกว่าเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ อีกทั้งเวลาเดินทางก็นานกว่า ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจไปสิงคโปร์ที่ใกล้กว่า และราคาตั๋วเครื่องบินถูกแทน

Go To Lead


'ชี้'ทัวร์จีนแห่เที่ยวตรุษจีนนับแสนราย
นายเกษียร วัฒนเชาวน์พิสุทธิ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน เปิดเผยว่า ยอดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 10 วัน ช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ น่าจะอยู่ที่ 100,000 คน ทรงตัวเมื่อเทียบกับเทศกาลตรุษจีนปี 2554 โดยปัจจุบันเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟล์ท) จากจีนเข้าไทยช่วงตรุษจีน ยังอยู่ที่ 200 ลำ ซึ่งเป็นระดับที่น่าพอใจ แต่หากไม่มีกระแสข่าววางระเบิดช่วงปีใหม่ และข่าวก่อการร้าย อาจมามากกว่านี้
สมาคมฯ คาดหวังว่า ทั้งปีนี้ จะมีคนจีนเที่ยวไทย 2 ล้านคน แต่หากช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้มีคนจีนมาเที่ยวไทย ทรงตัวจากปีก่อน ก็เกรงว่า จำนวนคนจีนเที่ยวไทยทั้งปี อาจทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 5 หมื่นคน จึงหวังว่าจะเร่งยอดคนจีนเที่ยวไทยให้ได้มากที่สุดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้.

Go To Lead


ปตท. 'ขายหุ้นกู้'ผ่านระบบ Random
ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ถือหุ้นกู้เดิมของ ปตท. ซึ่งใช้สิทธิจองซื้อหุ้นกู้ชุดใหม่มูลค่ารวม 16,000 ล้านบาทหมดตามจำนวนเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นกู้เดิม และจากการเสนอขายในช่วงที่สามที่เปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ลงทุนรายใหม่และผู้ถือหุ้นกู้เดิมที่ต้องการลงทุนเพิ่มมีโอกาสได้รับการจัดสรรหุ้นกู้ ปตท. ชุดใหม่อย่างเท่าเทียมกันอีกจำนวน 4,000 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท แสดงถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อ ปตท.
ปตท. ได้ทำการจัดสรรแบบสุ่มคัดเลือก (Random) โดยเปิดให้ผู้ลงทุนจองซื้อก่อนและชำระเงินเมื่อได้รับการจัดสรรแล้วนับเป็นครั้งแรกในไทยที่ใช้วิธีจัดสรรดังกล่าว โดยนำระบบคอมพิวเตอร์ของ SETTRADE ซึ่งเป็นวิธีการที่โปร่งใสและใช้ในการจัดสรรหุ้นสามัญมาใช้ ส่งผลให้ผู้ลงทุนรายใหม่และผู้ถือหุ้นกู้เดิมที่ต้องการลงทุนเพิ่มได้รับการจัดสรรอย่างเท่าเทียมกัน สำหรับหุ้นกู้ ปตท. ครั้งที่ 1/2555 ที่เสนอขายครั้งนี้ประกอบไปด้วยหุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุประมาณ 3 ปี 9 เดือน มูลค่ารวม 1,950.53 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.80 ต่อปี และชุดที่ 2 อายุประมาณ 6 ปี 10 เดือน มูลค่ารวม 18,049.47 ล้านบาท ปีที่ 1 ถึงปีที่ 4 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.00 ต่อปี ปีที่ 5 ถึงปีที่ 6 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.40 ต่อปี และระยะเวลาที่เหลืออัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.50 ต่อปี จัดจำหน่ายผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่าย 7 ธนาคารประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารธนชาต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งนี้มาใช้ในการลงทุนและ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไปและ/หรือเพื่อทดแทนเงินกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระ (Refinance)
การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา โดยช่วงแรกเสนอขายวันที่ 12-13 มกราคม 2555 สำหรับหุ้นกู้ชุดที่ 1 และ 2 ต่อผู้ถือหุ้นกู้ที่ไม่ใช้ผู้ลงทุนสถาบันที่ถือหุ้นกู้ของ บมจ. ปตท. ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2554 ช่วงที่สองเสนอขายวันที่ 17-18 มกราคม 2555 เสนอขายเฉพาะหุ้นกู้ชุดที่ 2 ต่อผู้ถือหุ้นกู้ที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนสถาบันที่ถือหุ้นกู้ของ บมจ. ปตท. ทุกชุดที่ยังไม่ครบกำหนดไถ่ถอน รวมถึงชุดที่ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2554 ซึ่งการเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ถือหุ้นกู้เดิมทั้งสองช่วงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้ถือหุ้นกู้เดิมของ ปตท. สามารถปิดการเสนอขายมูลค่ารวมไม่เกิน 16,000 ล้านบาทได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว และช่วงที่สามเสนอขายวันที่ 19-20 มกราคม 2555 ซึ่งเป็นการเสนอขายเฉพาะหุ้นกู้ชุดที่ 2 แก่ผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาที่สนใจทั่วไป ทั้งที่เป็นและไม่เป็นผู้ถือหุ้นกู้ของปตท. โดยมีการจัดสรรด้วยการ Random ในวันที่ 23 มกราคม 2555 และเรียกชำระเงินในวันที่ 24 และ 25 มกราคม 2555

Go To Lead


เร่งฝึกอบรม'ปลูกข้าว
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ทางอินโดนีเซียได้เจรจาขอรับการสนับสนุนการฝึกอบรมด้านข้าวจากกระทรวงเกษตรฯไทย ซึ่งฝ่ายไทยยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนการฝึกอบรมด้านข้าวแก่อินโดนีเซียที่จะส่งเกษตรกรจำนวน 20 คนเข้ารับการฝึกอบรม ณ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงประมาณเดือนมีนาคม 2555 ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศจะมีการหารือในรายละเอียดกันต่อไปซึ่งคาดว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวของทั้งสองประเทศที่จะส่งผลไปถึงการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันในอนาคต
ที่ผ่านมาไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากและมีการทำความตกลงร่วมมือระหว่างประเทศด้านการเกษตรทั้งภายใต้กรอบทวิภาคีและพหุภาคี เช่นความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจด้านการเกษตร ไทย-อินโดนีเซียความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน เป็นต้นโดยล่าสุดทั้งสองประเทศยังได้ประชุมหารือภายใต้กรอบความร่วมมือด้านการเกษตรที่เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรเพื่อให้การทำการเกษตรมีความยั่งยืนและก่อให้เกิดความมั่งคงอาหารในระยะยาวจากปัจจัยความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่มีผลกระทบต่อภาคการเกษตร

Go To Lead



 - -