| |
|
|
|
นายกฯ 'จ้อง'ขึ้นภาษีบาปอีก
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตลอด 4 เดือนในการประชุมสภาสมัยสามัญ รัฐบาลได้ผลักดันกฎหมายและข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างประเทศมากมาย ตนจึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณสมาชิกรัฐสภาที่ได้ทำงานกันอย่างหนักตลอด 4 เดือน
ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่า ช่วงแรกวิตกกังวลกันมากเรื่องตัวเลข ส.ส.ฝ่ายค้านกับรัฐบาล ว่าจะทำให้การทำงานในสภามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน แต่ในที่สุดงานหลักที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลก็ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย อย่างน้อยที่สุดรัฐบาลก็ได้ผลักดันเรื่องงบประมาณกลางปีมาสนับสนุนโครงการสำคัญ ๆ ทั้งเรียนฟรี เบี้ยยังชีพ อสม. เช็คช่วยชาติ และโครงการชุมชนพอเพียง นายกรัฐมนตรีกล่าว
และได้ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 เน้นท่องเที่ยวเป็นหัวหอกทะลวงฟัน พร้อมเล็งลดภาษีเงินได้ และอาจปรับภาษีบาปเพิ่มอีก ยอมรับรัฐบาลอยากได้เงินแต่จะไม่หารายได้จากการพนัน วอนขอความร่วมมือพิจารณาเงินกู้สมัยวิสามัญ มั่นใจเห็นแสงสว่างปลายทางแน่ ยันยังไม่คิดปรับ ครม.ขอทำงานอีกระยะค่อยประเมินใหม่
Go To Lead
|
|
กสิกรไทย'บุก' ตลาดบัตรเครดิต
อัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาดบัตรเครดิต ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ไอคลิกแมกดอทคอม (www.iclickmag.com) ว่า ช่วงนี้กสิกรไทยได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท. ลอนช์แคมเปญเส้นทางท่องเที่ยวในประเทศ ตามรอยเสด็จประพาสต้น "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในสถานที่สำคัญและสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน
ตอนนี้กสิกรไทยพยายามกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้ใช้บัตรเครดิต โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมีการร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาค อาทิ ร้านอาหาร โรงแรม ทัวร์ รถเช่า ตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
"เรามีการให้ราคาผู้ใช้บัตรเครดิตกสิกรไทย ในราคาโปรโมชั่นและให้พอยท์กับผู้ใช้บัตร สำหรับเรื่องพอยท์ (Point) เราเล่นตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ปีนี้เราจะพยายามทำอะไรให้คุ้มค่ามากขึ้น ทั้งให้เงินคืน หรือสิ่งของ หรือบริการ"
ด้านกลยุทธ์การตลาดนั้น เราจะเน้นกลยุทธ์คุณค่าเพิ่ม คุ้มค่าที่สุดให้กับผู้ใช้บัตรเครดิต โดยร่วมมือกับพันธมิตรในแต่ละประเภทธุรกิจ ทั้งกลุ่มชอบช็อปปิ้ง เดินทาง กิน ดื่มและเที่ยว เป็นต้น
นอกจากนี้เรายังแบ่งเป็นเซ็กเมนเตชั่นของตลาด โดยแบ่งย่อยตามไลฟสไตล์ของผู้ใช้บัตรเครดิต และเจาะตามนิช มาร์เก็ต (Niche Market) รวมทั้งโซลูชั่นต่างๆ บริการลูกค้า
Go To Lead
|
|
เคทีซี-ธ.ก.ส.จำหน่ายสลากทวีสิน
พิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดสมาชิกบัตร เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ นายบุญไทย แก้วขันตี (ซ้าย) ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ร่วมกันลงนามในสัญญาแต่งตั้ง เคทีซี เป็นผู้จำหน่ายสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุด จิตรกรรมไทย ซึ่งมีให้สะสมถึง 4 แบบ ผลงานของคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยสมาชิกสามารถชำระผ่านบัตรเครดิตเคทีซีวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดทุกประเภท หรือใช้คะแนนสะสม KTC Forever Rewards 5,000 คะแนน แลกซื้อสลากได้ 1 หน่วย มูลค่า 500 บาท และลุ้นรับรางวัลรวม 36 เดือนๆ ละ 61.5 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2552 ณ เคทีซี ทัช 37 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ในส่วนรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ทวีสินนั้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) จะนำไปเป็นทุนสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการผลิตข้าว สนองนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยสร้างงานสร้างอาชีพและสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคชนบทต่อไป
Go To Lead
|
|
'หนุน'ธุรกิจแฟรนไชส์
เอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบรายละเอียดการจัดทำงบประมาณจ่ายเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และชดเชยเงินคงคลังทั้งสิ้น 18 โครงการ ซึ่งหนึ่งในโครงการเร่งด่วนคือโครงการเพิ่มศักยภาพ ผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน โดยตั้งเป้าจะช่วยเหลือการว่างงานให้ได้อย่างน้อย 500,000 คน โครงการความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างอาชีพ สร้างแบรนด์ สร้างความมั่นใจ และสนับสนุนเงินทุนให้กับผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเพื่อจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นในการสร้างงาน โดย ธ.ก.ส. จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพได้ทราบรายละเอียด โดยทั่วถึงทั้งในกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาค ให้การสนับสนุนด้านเงินทุน และประสานเพื่อแก้ไขกรณีผู้เข้าร่วมโครงการประสบปัญหาต่าง ส่วนกรมการจัดหางานและสมาคมแฟรนไชส์ไทย จะดำเนินการอบรมเพิ่มศักยภาพผู้เข้าร่วมโครงการโดยใช้แนวคิด การสร้างอาชีพที่มีประสิทธิภาพอย่างครบวงจรและแตกต่างด้วยการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มพูนระบบการทำงานประสานกัน
โครงการดังกล่าวจะช่วยลดจำนวนผู้ว่างงานลงอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการสามารถไปประกอบอาชีพได้จริง มีสินค้าและบริการซึ่งตลาดมีความต้องการ สามารถบริหารกิจการได้อย่างต่อเนื่อง โดยการดูแลและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งหลังจากอบรมไปแล้ว และหลังจากเสร็จสิ้นโครงการจะเกิดผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีประสิทธิภาพจากอาชีพที่มีโอกาสสร้างรายได้ในระยะยาว
Go To Lead
|
|
PFP 'สยายปีก'ตลาดใหม่
ธวัชชัย รัตนะพิสิฐ กรรมการ บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด หรือ PFP เปิดเผยกับ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม (www.iclicknews.com) ว่า วันนี้เศรษฐกิจโดยรวมไม่ค่อยดี ลูกค้าออเดอร์ยาวๆไม่มี ทำให้ทำงานยากขึ้น แต่เราก็เตรียมความพร้อม ด้วยการเพิ่มเครื่องจักร กรณีมีออเดอร์สินค้าจากลูกค้าปุ๊บปั๊บ จะได้รองรับการผลิตสินค้าได้ทันท่วงที
ส่วนกรณีไข้หวัดใหญ่ 2009 ผู้บริโภคอาจจะกลัวเรื่องความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ แต่สินค้าของเราไม่มีปัญหา เพราะเราจำหน่ายอาหารซีฟู้ดแช่แข็ง ทั้งกุ้ง ปลา เป็นต้น คาดว่าผู้บริโภคจะหันมาบริโภคอาหารซีฟู้ดมากขึ้น
ด้านแผนการตลาดของบริษัทนั้น ตอนนี้เราจะต้องรักษาฐานลูกค้าเดิมก่อน แล้วค่อยขยายตลาดใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุโรป เยอรมัน ยุโรปตะวันออก โปแลนด์ เป็นต้น ในส่วนของเยอรมันนั้น เสมือนเป็นประตูสู่ยุโรป สำหรับผู้บริโภคในยุโรปนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคนเอเชีย ที่อาศัยอยู่ในยุโรป จะมีชาวจีน เวียดนามและคนโพ้นทะเลอาศัยอยู่เยอะ แม้ว่าช่วงนี้เศรษฐกิจในยุโรปจะไม่ค่อยดี แต่อาจจะมีบางคนซื้ออาหารไปประกอบเองที่บ้าน หากคิดในเชิงบวก อาจจะเป็นโอกาสดีของเราในอนาคต
"ตลา ดหลักของเราในปัจจุบัน ตลาดใหญ่คงเป็นยุโรป สัดส่วน 15 % ตลาดญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาเติบโต 5 % ยอดขายในประเทศ 1,200 ล้านบาท ยอดส่งออก 2,000 ล้านบาท ปีนี้ยอดขายรวมทั้งหมดกว่า 3,000 ล้านบาท"
Go To Lead
|
|
สธ. นำมาตรการใหม่สกัดหวัด 2009
สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงสาธารณะสุข ตรวจเยี่ยมระบบการตรวจคัดแยกแบบบันทึกสุขภาพ ผู้โดยสารที่มาจากต่างประเทศตามแบบ ต.8 และเยี่ยมชมการติดตั้งซอฟต์แวร์ช่วยวัดอุณหภูมิร่วมกับอินฟราเรด เครื่องเทอมสกรีน ThermScreen ของศูนย์เทคโนโลยีอิเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำหรับตรวจวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัสเพื่อตรวจคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการป่วย ทราบผลภายใน 0.03 วินาที จะทำให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเพิ่มเติมและให้ความรู้ความเข้าใจ
วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยถือว่าอยู่ในขั้นตอนการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อย่างเต็มที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามวิเคราะห์สถานการณ์ และมีการปรับมาตรการอย่างต่อเนื่อง ให้เหมาะสมกับลักษณะการแพร่ระบาดในประเทศ ซึ่งไทยคงมีผู้ติดเชื้อที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศแค่ 2 รายเท่าเดิม ไม่มีการแพร่กระจายในพื้นที่ และโรคนี้มีอัตราความรุนแรงน้อยกว่าโรคปอดบวม โรคไข้หวัดนก อัตราการเสียชีวิตต่ำมากไม่ถึงร้อยละ 1 จึงได้ปรับทิศทาง ขยายการทำงานจากสกัดกั้นโรคไม่ให้เข้าประเทศ โดยเสริมความพร้อมและความเข้มแข็งของการป้องกันโรค ควบคุมจำกัดขอบเขตการระบาด รวมทั้งความพร้อมในการบรรเทาความรุนแรงและผลกระทบจากการระบาด ทั้งนี้ จะประสานงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งความร่วมมือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ ภาคเอกชนและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และจะประสานกระทรวงศึกษาธิการ หารือรายละเอียดในการควบคุมโรคในโรงเรียน เพื่อเสนอคณะกรรมการแห่งชาติต่อไป
Go To Lead
|
|
รับเด็ก ม.3 ร.ร.เดิมขึ้น ม.4 ไม่ต้องสอบยกชั้น
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ต้องมีการปรับปรุงในการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2553 ซึ่งนักเรียนที่เข้าเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1 ในโรงเรียนมัธยมที่เปิดสอนตั้งแต่ชั้น ม.1 ถึง ม.6 สามารถเลื่อนชั้นเรียนต่อมัธยมปลายได้ เพราะตอนนี้มีปัญหาเกิดขึ้น เมื่อเด็กเรียนจบชั้น ม.3 ทางโรงเรียนไปกำหนดเกณฑ์ว่าถ้าคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด จะให้เด็กออกจากการเรียน ถ้าจะกลับเข้ามาเรียน ม.4 ในโรงเรียนเดิมจะต้องเข้าสู่ขบวนการสอบคัดเลือกใหม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ได้มอบให้ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาฯ สพฐ. ไปดูว่าปีการศึกษาหน้าจะปรับกฎเกณฑ์อย่างไรบ้าง
ในส่วนของโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ขณะนี้มีประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้หนังสือเรียนที่โรงเรียนเป็นผู้จัดซื้อ หรือหนังสือยืมเรียนเป็นเวลา 3 ปี ยังเข้าใจไม่ตรงกันว่านักเรียนสามารถจดบันทึกและขีดเส้นใต้ในหนังสือยืมเรียนได้หรือไม่ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ขอแจ้งว่า นักเรียนสามารถบันทึกและขีดเส้นใต้ ลงไปในหนังสือยืมเรียนได้ ตนได้มอบให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่และสถานศึกษาทุกแห่งรับทราบ เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งให้นักเรียนทราบด้วย
Go To Lead
|
|
มั่นคงเคหะ'รายได้'ไตรมาส 2 ลด
ชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี บริษัท มั่นคงเคหะการ เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2552 จะลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2552 เล็กน้อย เนื่องจากลูกค้าบางส่วนได้เร่งโอนในไตรมาส 1 ปี 2552 เพราะกังวลว่ารัฐบาลจะไม่ต่อมาตรการทางภาษี บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายมีรายได้รวม 2.4 พันล้านบาท เนื่องจากบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) จำนวน 800 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายในปีนี้ทั้งหมด บริษัทยังเปิดโครงการใหม่จำนวน 2 โครงการมูลค่า 1.8 พันล้านบาท แบ่งเป็นโครงการย่านถนนสิรินธร มูลค่า 600 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ซึ่งจะเปิดขายช่วงปลายปีนี้ และโครงการย่านถนนแจ้งวัฒนะ มูลค่า 1.2 พันล้านบาท บนพื้นที่ 40-50 ไร่ เตรียมเปิดขายในช่วงต้นปี 2553
นอกจากนี้ยังเปิดขายเฟสต่อเนื่องอีก 2 โครงการ คือ โครงการชวนชื่นไอส์แลนด์ มูลค่า 360 ล้านบาท เปิดขายครึ่งปีหลัง และโครงการชวนชื่นเพชรเกษม 81 มูลค่าโครงการ 355 ล้านบาท ซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์เฟสแรกในรอบ 10 ปี หลังจากที่เคยเปิดขายก่อนช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งจะก่อสร้างเฟสแรกจำนวน 50 ยูนิต เปิดขายในช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2552 ราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านบาทถึงระดับ 2 ล้านบาทต้นๆ
Go To Lead
|
|
'ซีพี' รุก'ออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง'
สุพัฒน์ ศรีธนาธร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด เปิดเผยกับ ไอคลิกแมกดอทคอม (www.iclickmag.com) ว่า บริษัทตั้งงบลงทุนด้านออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง (Online Marketing) ประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี โดยมีการร่วมมือกับ e-Bay, MSN และทรู ทำเว็บไซต์ขายสินค้าผ่านออนไลน์ขึ้นมา เพื่อตอบสนองคนรุ่นใหม่ สำหรับกลยุทธ์ด้านออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง เป็นช่องทางใหม่อีกช่องทางหนึ่ง ในการทำการตลาดของบริษัท
"ปีนี้เราใช้กลยุทธ์การตลาด 360 องศา ทั้งออนไลน์ มาร์เกตติ้ง มิวสิค มาร์เก็ตติ้ง AF โชว์มินิ คอนเสิร์ต Life Brand มีการถ่ายทอดผ่านเว็บไซต์ โรดโชว์ตามซูเปอร์ มาร์เก็ต สำหรับงบการตลาด ปีนี้เราตั้งเป้าไว้ประมาณ 120 ล้านบาท เทียบกับปีที่แล้วประมาณ 100 ล้านบาท"
ปัจจุบันภาพลักษณ์ของแบรนด์ซีพี (CP) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากซีพีอยู่ในตลาดมานาน มีสินค้าวาไรตี้ ทั้งเนื้อสด ไก่ปรุงสุก กุ้ง ปลา ลูกชิ้นและของหวานแช่แข็ง เป็นต้น สำหรับสินค้าของราที่ขายดี ได้แก่ เกี๊ยวกุ้ง หอยจ๊อ ไก่เทอริยากิ ไก่จ๊อ ไก่ห่อสาหร่าย ปีกไก่เม็กซิกัน เป็นต้น เฉพาะไก่ปรุงสุกยอดขาย 300-350 ล้านบาท ปีนี้คาดว่ายอดขาย 500 ล้านบาท ปีนี้คาดว่ายอดขาย จำนวน 500 ล้านบาท
Go To Lead
|
|
กระตุ้นเศรษฐกิจ5.4พันล้าน
สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า จากการทำแผนดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ของกระทรวงคมนาคม ได้บรรจุการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีชมพู จากศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. ซึ่งจะดำเนินการในช่วงปี 2553-2555 เช่นเดียวกับโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีน้ำตาล จากแยกลำสาลี-มีนบุรี ระยะทาง 11 กม. โดยสายสีชมพู แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและออกแบบรายละเอียด 3,711 ล้านบาท เป็นโครงการที่จะช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนแจ้งวัฒนะและก่อสร้างได้เร็วเนื่องจากสร้างเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล) และสายสีน้ำตาลจะได้รับงบ ประมาณ 1,702 ล้านบาท รวม 2 เส้นทางใช้งบประมาณกว่า 5,400 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการระบบขนส่งมวลชนทั้ง 2 เส้นทาง อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังจากนี้ สนข.จะเสนอรายละเอียดโครงการให้ ครม.พิจารณาอนุมัติโครงการ รวมทั้งกำหนดว่าจะให้หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบในการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อออกแบบรายละเอียดต่อไป สำหรับการว่าจ้างที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดนั้น สามารถดำเนินการได้ทันทีหลังโครงการได้รับการอนุมัติ เพราะมีงบประมาณจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ในปี 2553 รออยู่แล้ว
สำหรับวงเงินค่าก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนทั้ง 2 เส้นทาง คาดว่าจะมีความชัดเจนหลังการออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ โดยที่ผ่านมา สนข.ประมาณการกรอบวงเงินว่า โครงการสายสีชมพูจะใช้เงินลงทุน 37,110 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายงานโยธา 17,090 ล้านบาท งานไฟฟ้าและเครื่องกล 7,855 ล้านบาท งานจัดหาขบวนรถ 6,770 ล้านบาท งานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และออกแบบรายละเอียด 4,580 ล้านบาท และงานจ้างที่ปรึกษา 815 ล้านบาท คาดการณ์ผู้โดยสารวันละ 1.95 แสนคนในปี 2559 สำหรับสายสีน้ำตาลจะใช้เงินลงทุน 17,020 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายงานโยธา 9,645 ล้านบาท งานไฟฟ้าและเครื่องกล 3,700 ล้านบาท งานจัดหาขบวนรถ 3,120 ล้านบาท งานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและออกแบบรายละเอียด 115 ล้านบาท และงานจ้างที่ปรึกษา 440 ล้านบาท ปริมาณผู้โดยสารวันละ 7.11 หมื่นคนในปี 2559.
เตรียมรับมือผลไม้พีคช่วงก.ค-ส.ค.
Go To Lead
|
|
'ดีแทค' ลุยทดสอบ 3G มิ.ย.
ธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวแพ็กเกจ บริการรายเดือนใหม่ชื่อ "ซิมทศกัณฐ์" คิดค่าบริการเดือนละ 299 บาท โทร.ฟรีทุกเครือข่ายวันละ 10 ครั้ง ครั้งละ 3 นาที ส่วนเกินคิดนาทีละ 1.10 บาททุกเครือข่ายเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายคนทำงานออฟฟิศที่โทร.ช่วงสั้นๆ ระหว่างวันบ่อยครั้ง ซิมดังกล่าวเกิดจากความต้องการส่วนตัวที่จะทำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องกับทศกัณฐ์ ตัวเอกของรามเกียรติ์ และเป็นตัวละครที่มีหลากแง่มุม เช่น ใจกว้าง รักพวกพ้อง เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว และมักติดใจในความงามของหญิงสาว ตรงกับแคแร็กเตอร์ของแบรนด์ดีแทคที่อยากให้ดูเป็นผู้ชายที่มีความเจ้าชู้นิดๆ ถือเป็นภาคต่อจากแพ็กเกจ "โสด" ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ตอกย้ำแบรนด์ให้ชัดเจนมากขึ้น
"ในแง่ความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ จากข้อมูลพบว่าส่วนใหญ่ลูกค้าจะโทร.ช่วงสั้นๆ ครั้งละ 1-2 นาที แต่ละวันไม่เกิน 10 ครั้ง แพ็กเกจที่ให้จึงพอเพียงกับความต้องการใช้งาน แต่ถ้าจะโทร.คุยยาวๆ ก็ว่ากันตามโปรโมชั่น ส่วนจะขาดทุนหรือกำไรขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าจะโทร.ออกนอกโครงข่ายมากน้อยแค่ไหน แต่โดยรวมแล้วเชื่อว่ากว่า 50% ของลูกค้าจะใช้โทร.หากันในโครงข่าย"
ปัจจุบันดีแทคมีลูกค้าในระบบโพสต์เพดประมาณ 2.3 ล้านราย ประมาณ 25-30% ของรายได้รวม ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาถือว่าดี มีส่วนแบ่งตลาดในเชิงรายได้โตขึ้น 3% จาก 32% เป็น 35% สำหรับซิมทศกัณฐ์ คาดว่าจะมียอดขายเดือนละ 20,000 ชุด/เดือน จากยอดขายโพสต์เพดที่ขายได้ 60,000-70,000 ชุด/เดือน
Go To Lead
|
|
ผุด"ฮาลาลปาร์ค"รับทัวร์มุสลิม
วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า วางแผนเลือกจังหวัดภูเก็ตนำร่องทำโซนนิ่งบริการฮาลาลแบบครบวงจร โครงการ Halal Park บริเวณใกล้หาดกมลา ภายในจะประกอบด้วยเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์อยู่ระหว่างก่อสร้าง 30-40 ยูนิต และโรงแรม 5 ดาว จากนั้นจะทยอยสร้างพลาซ่า โฮมสเตย์ สปา โดยได้จัดประชุมเรื่องการท่องเที่ยวฮาลาลมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก สามารถร่วมมือกันสร้างภาพลักษณ์ ชูจุดขาย เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้นัก ท่องเที่ยวรับรู้อย่างถูกต้อง ทั่วถึงเกี่ยวกับฮาลาลการท่องเที่ยวครบเครื่องทั้ง โรงแรม ร้านอาหาร สปา การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทัวร์วัฒนธรรมมุสลิม โรงพยาบาล
ส่วนสายการบินทำ Halal route เน้นอาหารฮาลาลที่นำมาเสิร์ฟบนเครื่องบิน ขั้นตอนการพัฒนาโปรเจ็กต์ฮาลาล ปาร์คนั้นจะต้องสร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ให้บริการฮาลาลทั้งจังหวัดภูเก็ต รองรับ นักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวกสบาย ปัจจุบันจัดบริเวณหาดบางเทา หาดกมลา มีโรงแรม 2-3 แห่ง เช่น บางเทาวิลเลจ และรายารีน่า เริ่มให้บริการแบบฮาลาลแล้ว ไม่จำหน่ายเหล้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากนั้นจะขยายพื้นที่เข้าไปยังจังหวัดใกล้เคียงที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศนิยมเดินทางเข้าไปใช้บริการ ได้แก่ กระบี่ พังงา รวมทั้งตั้งเป้ารองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอาหรับแต่ละปีจะเดินทางเข้ามาพักผ่อนช่วงฤดูฝน ส่วนยุโรป อเมริกาจะมาช่วงฤดูหนาวตุลาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี ****************
'จีจ้า ญาณิน' เดินสายถ่ายแบบ
เบรกคิวถ่ายทำ ดื้อสวยดุหนังแอ็คชั่นเรื่องที่ 2 ไว้ก่อน เพราะติดภารกิจด่วนต้องบินไปโปรโมทภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตอย่าง ช็อคโกแลต ซึ่งมีโปรแกรมเข้าฉายที่ประเทศญี่ปุ่นเดือนพ.ค.นี้แล้ว ตามคำเชิญของบริษัทหนังแดนปลาดิบที่ซื้อไปฉาย งานนี้บอกได้คำเดียวว่า สาวจีจ้า ญาณิน วิสมิตะนันทน์ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนแดนปลาดิบกันอย่างสุดๆไปเลย เพราะดูจากตารางคิวการทำงานที่แน่นเอี๊ยดตลอดทริปแล้ว สาวจ้าต้องให้สัมภาษณ์หลังจากที่เครื่องบินแตะพื้นตั้งวันแรกจนถึงวันกลับเลยทีเดียว พูดได้ว่าตลอด 3 วันต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 หรือ 6 โมงเช้ามีคิวไปให้สัมภาษณ์นิตยสาร,สื่อสิ่งพิมพ์วันละไม่ต่ำกว่า 11-14 สำนักพิมพ์ ตั้งแต่8-10โมงเช้าจนถึง3ทุ่มบางคืนถึง5ทุ่มเที่ยงคืนเลยทีเดียว รวมทั้งยังมีคิวที่ต้องไปออกรายของสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างฟูจิทีวีเพื่อโชว์ความสามารถทางแอ็คชั่น ไปจนถึงถ่ายแบบลงนิตยสารต่างๆ ฯลฯ
สำหรับการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกของนางเอกสาว เพราะก่อนหน้านี้ตอนถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องช็อคโกแลต ก็ได้
มีโอกาสเดินทางมาถ่ายทำประเทศญี่ปุ่น เพียงแต่การมาครั้งนี้มาเพื่อโปรโมทภาพยนตร์ช็อคโกแลตที่กำลังจะเข้าฉาย และเป็นโอกาสอันดีที่ได้มาพบปะกับ ฮิโรชิ อาเบะ ซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่น(ซึ่งรับบทเป็นพ่อของจีจ้าในภาพยนตร์)ซี่งเดินทางมาร่วมโปรโมทภาพยนตร์พร้อมกันในครั้งนี้ด้วย
Go To Lead
|
|
ธีระ วงศ์สมุทร
ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำโดยเฉพาะผลไม้ 4 ชนิดหลักจากภาคใต้ คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง จากภาคใต้ ตลอดจนลำไยจากภาคเหนือ ที่กำลังจะมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดพร้อมกันในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ จึงเห็นชอบให้เดินหน้า 2 กิจกรรมหลักที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยในส่วนแรกคือ โครงการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ ปี 2552 เพื่อบริหารจัดการผลผลิตผลไม้ในภาคใต้ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และป้องกันการเกิดปัญหาราคาตกต่ำจากการกระจุกตัว เนื่องจากในปี 2552 คาดว่าจะมีผลผลิตจากผลไม้ทั้ง 4 ชนิด ดังที่กล่าวไปข้างต้น รวมทั้งสิ้นประมาณ 677,548 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 48.79 โดยมีเป้าหมายบริหารจัดการผลไม้ จำนวน 81,010 ตัน ภายใต้ 3 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการการบริหารจัดการคุณภาพผลผลิต ดำเนินการโดย จ.ชุมพร สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป้าหมาย 18,130 ตัน โดยจะสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์คัดแยกผลไม้ชุมชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ อาทิ การจ้างแรงงานรวบรวมผลผลิต คัดแยกเกรด บรรจุลงกล่อง ขนขึ้นรถยนต์และอื่นๆ ในอัตราเหมาจ่าย 2.50 บาท/กก. เป้าหมาย 16,130 ตัน และจัดซื้อเงาะด้อยคุณภาพในอัตรา 2 บาท/กก. เพื่อป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพเข้าไปหมุนเวียนในระบบตลาด โดยจะนำไปผลิตปุ๋ยชีวภาพ เป้าหมายจำนวน 2,000 ตัน
มาตรการเร่งรัดกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ดำเนินการโดย จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป้าหมายรวม 62,880 ตัน โดยจะเหมาจ่ายการตลาดและค่าขนส่ง 3 บาท/กก. สำหรับภาคใต้ตอนบน และ 6 บาท/กก. สำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีระยะทางไกลและมีความเสี่ยงในการดำเนินงาน เพื่อให้ขนส่งไปจำหน่ายในจังหวัดปลายทางนอกพื้นที่ภาคใต้ มีเป้าหมายอยู่ที่ 62,880 ตัน รวมถึงสนับสนุนค่าจัดซื้อกล่องให้กับสถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนต่างๆ และยังเพิ่มสภาพคล่องในการรับซื้อ-ข่ายผลไม้ผ่านศูนย์คัดแยกชุมชนฯ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ด้วยการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน เพื่อกู้ยืมเงินปลอดดอกเบี้ยวงเงินไม่เกินศูนย์ฯ ละ 1,000,000 บาท เป้าหมายรวม 80 ศูนย์ และมาตรการส่งเสริมการตลาดและบริโภคผลไม้ เพื่อประชาสัมพันธ์กระตุ้นการบริโภคผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงการบริหารจัดการโครงการ ซึ่งทั้งหมดจะขออนุมัติงบประมาณ จากคณะกรรมการนโยบายและมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) รวมจำนวนทั้งสิ้น 384,174,650 บาท
Go To Lead
|
|
|

|