Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Interview

การทำงานแต่ละแห่ง
สไตล์แตกต่างกัน

สาวมาดเฉี่ยว อารมณ์ดี "วรางคณา" ผู้บริหารการตลาด ลอตเต้ อาคูโอะ มั่นใจว่าจะสร้างความยิ่งใหญ่ ลอตเต้ ไทย ให้เหมือนแบรนด์แม่ ในญี่ปุ่น
เจอร์รี่ วรางคณา อุทัยรัฐนิธิกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด เปิดใจกับ ไอคลิกแมกดอทคอม (www.iclicmag.com) ว่า ก่อนหน้านี้ได้ทำงานกับบริษัทหลายแห่ง หลายสไตล์ ทั้งเวสเทิร์น โลคัล พอมาทำงานกับบริษัท ญี่ปุ่น ก็อีกสไตล์หนึ่ง จะไม่เอ็กเกรกซีฟ ค่อนข้างจะคอมโพรไมส
"การทำงานของแต่ละแห่ง จะมีสไตล์แตกต่างกัน ญี่ปุ่นจะมี Policy ต้องปรับตัวนิดหนึ่ง แต่เราก็สามารถปรับการทำงานได้"
ปัจจุบันเธอมีหน้าที่ดูแลการตลาดผลิตภัณฑ์ลอตเต้ อาคูโอะ (Lotte ACUO) ซึ่งเป็นหมากฝรั่งรสมินต์ที่มาพร้อมภาพลักษณ์แบบ Stylish Gum ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นแบบคนรุ่นใหม่ ด้วยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างลมหายใจหอมสะอาดสดชื่นได้ยาวนาน โดยเปิดตัวในคอนเซ็ปต์ Gum that designs your breath หรือ ลมหายใจสดชื่น…สั่งได้ ที่เป็นการรวม 3 คุณสมบัติเด่นที่ผู้รักการเคี้ยวหมากฝรั่งต้องการ
“ลอตเต้ อาคูโอะ” มี 2 สี 2 กลิ่น คือ Green Mint (กรีน มินต์) ในแพ็คเกจสีเขียว และ Clear Blue Mint (เคลียร์ บลูมินต์) ในแพ็คเกจสีฟ้า โดยมี 4 แพ็คเกจ ได้แก่ แบบแผง 8 เม็ด ราคา 12 บาท, แบบขวดมินิ ราคา 27 บาท, แบบขวดแฮนดี้ ราคา 52 บาท โดยวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และแบบซอง ราคา 5 บาท วางจำหน่ายเฉพาะช่องทางเทรดดิชันนอลเทรด
“เราเตรียมทุ่มงบการตลาดสำหรับ “ลอตเต้ อาคูโอะ” ทั้งสิ้นกว่า 80ล้านบาท โดยจะมีการออกภาพยนตร์โฆษณาทางสื่อโทรทัศน์จำนวน 2 ชุด พร้อมด้วยกิจกรรมการตลาดในหลายๆ ช่องทาง ทั้ง Below the line และ Above the line อาทิ สื่อโทรทัศน์ สื่อดิจิตัลออนไลน์ และกิจกรรมโรดโชว์ต่างๆ โดยมั่นใจว่าจะส่งผลให้ภาพรวมตลาดหมากฝรั่งลอตเต้ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตมากขึ้นอีกกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ โดยจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดในสินค้าหมากฝรั่งของลอตเต้ขยับขึ้นเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้”
ส่วนกิจกรมการตลาดด้านสปอร์ต อย่างลอตเต้ แบรนด์แม่ เป็นสปอนเซอร์เบสบอล ของเราอาจจะเป็นสปอนเซอร์ประเภทกีฬาเหมือนกัน แต่กำลังดูว่าจะเป็นกีฬาแบบไหน
กลุ่มผลิตภัณฑ์หมากฝรั่ง ลอตเต้ ประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ลอตเต้สติ๊กกัม และ ผลิตภัณฑ์ขนมประเภทบิสกิตมีแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ โคอะลา มาร์ช ปีนี้เราตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ที่ไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านบาท คาดการณ์ว่าจะโตจากปี 54 กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยเราเตรียมทุ่มงบตลาดกว่า 200 ล้านบาท
สำหรับไลฟสไตล์ยามว่างของเธอ มักจะชอบอยู่บ้าน อ่านหนังสือ และชอบสปอร์ต อย่างฟุตบอล เพื่อรีแลกซ์จากการทำงานหนัก
"ความฝันต่อไปในอนาคต คือ อยากทำธุรกิจคอสเมติค เพราะว่าตลาดนี้มีหลากหลาย ทั้งพรีเมียม และแมส" นั่นเป็นสิ่งที่สาวเก่งคนนี้ใฝ่ฝัน...

อินเตอร์เฟซฟลอร์
ใส่ใจนวัตกรรมรีไซเคิล

แดน เฮนดริกซ์ นำทัพยักษ์อินเตอร์เฟซฟลอร์ เดินหน้าบุกตลาดพรมแผ่น เซาท์ อีสต์ เอเชีย 'ชู'วัสดุรีไซเคิล ' รุก'ลูกค้าบิ๊กโบอิ้ง ออฟฟิศ แบงก์กิ้ง โรงแรม โรงพยาบาลและโรงเรียน
แดน เฮนดริกซ์ ประธานกรรมการบริหาร ประธานและซีอีโอ บริษัท อินเตอร์เฟซ อิงค์ เปิดเผยกับ ไอคลิกแมกดอทคอม (www.iclickmag.com) ว่า จุดเด่นของสินค้า คือ พรมแผ่นที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบรีไซเคิล นวัตกรรมใหม่ด้านการผลิต การติดตั้งได้อย่างอิสระ น้ำหนักเบา สะดวก ประหยัดพลังงานและคงทน
ลูกค้าของเรา มีทั้งกลุ่มออฟฟิศ แบงก์กิ้ง โรงแรม โรงพยาบาลและโรงเรียน สายการบิน อย่างเช่น โบอิ้ง เป็นต้น สำหรับแผนการขยายธุรกิจในเซาท์ อีสต์ เอเชีย บริษัทจะบุกตลาดโรงแรม และโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ยอดขายในเซาท์ อีสต์ เอเชีย ปีที่แล้วประมาณ 30 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ อัตราการเติบโต 20-25 % ต่อปี
ตลาดเซาท์ อีสต์ เอเชีย มีอัตราการเติบโตสูง ตอนนี้เรากำลังหาตัวแทนจำหน่ายจากเวียดนาม กัมพูชาเรามีตัวแทนแล้ว ส่วนพม่าและลาวเป็นตลาดที่น่าสนใจ มีบริษัทเข้าไปลงทุนเยอะมาก ขณะนี้เรากำลังศึกษาตลาดอยู่
"เวียดนามเป็นตลาดใหญ่ มีการลงทุนมาก ทั้งกลุ่มแบงก์กิ้ง บริษัทโกลบอลด์เข้าไปลงทุนมากมาย เราเข้าไปเจาะตลาดตรงนั้น ส่วนตลาดในเวียดนามการเติบโตจะคล้ายกับตลาดในประเทศไทย คาดว่ามีอัตราการเติบโตประมาณ 25 %"
สำหรับตลาดกัมพูชานั้น มีอัตราการเติบโตสูง ส่วนพม่ายังไม่ได้หาตัวแทน มีกลุ่มโรงพยาบาลเข้าไปลงทุน อาทิ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เข้าไปเปิดบริการ เราคงเข้าไปทำตลาดตรงกลุ่มนี้ก่อน แล้วค่อยขยายตลาดออกไปในอนาคต
ด้านกลุ่มลูกค้าหลักของเรา แบ่งสัดส่วน ดังนี้ กลุ่มออฟฟิศ แบงก์กิ้ง 75 % โรงแรม สัดส่วน 15 % กลุ่มพยาบาล การศึกษา 10 %
ด้านตลาดเซาท์ อีสต์ เอเชีย ตลาดพรมแผ่นมีมูลค่ารวมเกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 3,000 ล้านบาท
ผู้บริหารหัวใจสีเขียว มุ่งมั่นจะขยายตลาดเซาท์ อีสต์ เอเชีย ให้จงได้ภายในไม่กี่ปีนี้


 - -