|
ธุรกิจประกัน 'เร่ง'ช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้
By iClick Team
คปภ.-ประกันชีวิต-ประกันวินาศภัย ยืนยัน น้ำท่วมใต้ ไม่ต้องกังวล เคลมเร็ว จ่ายเร็ว แน่นอน ขอให้มั่นใจ บ.ประกันภัยมั่นคงทางการเงิน ด้านประกันชีวิต ยัน แค่ระบุชื่อ-สกุล ก็รู้ กรมธรรม์ได้ ขณะประกันรถ-บ้าน จ่ายตามระดับความเสียหาย
นางนุสรา อัสสกุล นายกสมาคมประกันชีวิต กล่าวว่า อยากให้มั่นใจว่าภาคธุรกิจประกันชีวิตมีความยินดีและพร้อมที่จะจ่ายเงินชดเชยสินไหมไม่ว่าจะเป็นสินไหมมรณะจากการเสียชีวิต เมื่อไหร่ที่ได้รายชื่อจาก ปภ.มาแล้วจะได้ดำเนินการติดต่อประสานงานเท่าที่เราจะหาตัวผู้เอาประกันหรือทายาท ขณะที่ประกันเสริมเพิ่มเติม เช่นประกันอุบัติเหตุ หากเกิดการ เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม ไฟดูด ก็ถือว่าเป็นอุบัติเหตุ สามารถได้รับเงินชดเชยจากกรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติมได้ หากไม่ทราบว่าญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปทำประกันชีวิตไว้หรือไม่สามารถที่จะหาข้อมูลได้โดยการโทรเข้าไปที่คปภ. หรือเช็คข้อมูลผ่านเว็บไซต์ ก็จะทราบข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ทำประกันชีวิต
ทั้งนี้ประกันชีวิตพร้อมที่จะจ่ายเงินสินไหมให้อย่างรวดเร็ว ปกติกำหนดไว้ว่าไม่เกิน 15 วันแต่เราทำได้เร็วกว่านั้นแน่นอน แต่สิ่งสำคัญคือใบมรณะบัตรแสดงว่ามีการเสียชีวิตจริงๆ จึงอยากให้ขอทุกคนตื่นตัว หากมีญาติพี่น้องเสียชีวิตไป มีประกันชีวิตหรือไม่ หากมีรายชื่อเรายินดีเข้าไปดูแลอย่างเต็มที่
ขอยืนยันถึงความมั่นคงในธุรกิจประกันชีวิตและยังมีเงินสำรอง สำหรับประกันภัยของธุรกิจประกันชีวิต ถึง 520,000 กว่าล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมประมาณ 4.2 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ของสินทรัพย์จะนำไปลงทุนประมาณ 4.1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ นั่นแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร นางนุสรา กล่าวว่า
'กองทุนภัยพิบัติ' ต้องเตรียมแผนรับมือระยะกลาง-ระยะยาว
นายโอฬาร กล่าวว่า เรื่องความมั่นคง ของธุรกิจประกันวินาศภัยขอยืนยันและให้ความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคและผู้ถือประกันว่าบริษัทประกันวินาศภัยมีความแข็งแรงภายใต้การกำกับดูแล สถานะทางการเงินของ คปภ. ส่วนเรื่องการจ่ายสินไหมตนเชื่อว่าทุกบริษัทประกันวินาศภัยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งตนได้ลงไปในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ก็ได้พบกับหลายบริษัท ที่ลงพื้นที่ไปพบกับผู้ถือกรมธรรม์ ทั้งรถยนต์และประกันภัยทรัพย์สิน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎระยะเวลาตามที่สำนักงานคปภ.ได้มีการกำหนดไว้ ส่วนจะจ่ายสินไหมขนาดไหนนั้น ต้องขึ้นอยู่กับระดับความเสียหาย สามารถดูระดับความเสียหายได้จากเว็บไซต์คปภ. ส่วนการจ่ายสินไหมของที่อยู่อาศัยนั้น โดยปกติอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท ซึ่งเชื่อว่าทุกบริษัทพร้อมและเร่งจ่ายประกันสินไหมตรงนี้
ขณะที่กองทุนภัยพิบัติจะต้องเตรียมแผนรับมือในระยะกลางและระยะยาว หากมีความจำเป็นในอนาคตเพื่อให้ความคุ้มครอง ที่เหมาะสมกับผู้บริโภคในอนาคต เนื่องจากการซื้อประกันภัยต่อภายใต้ภาวะที่มีการผันผวนของภูมิอากาศอย่างรุนแรงอาจจะค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นการคุ้มครองที่เหมาะสม ในราคาที่เหมาะสม กองทุนภัยพิบัติอาจจะกลับมา ตอบโจทย์ของผู้บริโภค ในอนาคต
นายอดิศร กล่าวว่า ศปภ.มีความห่วงใย ประชาชนในภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง ได้ตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์น้ำท่วมภัยพิบัติครั้งนี้ ณ เวลานี้สายด่วนประกันภัย 1186 เปิดบริการ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ประชาชนสามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ ของสำนักงานประกันภัยจังหวัดที่มีน้ำท่วม, สำนักงานคปภ.ภาค มีเบอร์ของผอ. ทุกจังหวัดให้สามารถติดต่อได้ผ่านเบอร์มือถือด้วย ดังนั้นจึงขอให้มั่นใจว่าสำนักงานคปภมีความเต็มที่กับสถานการณ์นี้
กรณีของการเสียชีวิตหรือทรัพย์สินเสียหาย ขอให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารสำนักงานคปภ.มีฐานข้อมูลกลางประกันภัยอยู่ในระบบอยู่แล้ว เพียงมีชื่อนามสกุล เลขบัตรประชาชนครบถ้วน ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ได้ กรณีของผู้เสียชีวิตที่ต้องพิสูจน์อัตลักษณ์ สำนักงานฯ ได้ประสานไปยังรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และประสานไปยังรองผู้บัญชาการตำรวจแก่งชาติ ขอให้อำนวยความสะดวกประสานงานกับคปภ.ในกรณีที่พิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว คปภ.ก็จะนำชื่อนั้นเข้าระบบและติดตามประสานกับประกันภัยเพื่อให้สินไหมกับทายาทผู้เสียชีวิต โดยเร็วที่สุด กรณีของการประกันรถยนต์ จะให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ ซึ่งประชาชนจะต้องตรวจสอบระดับน้ำกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่ต้องคืนทุนบริษัทจะจ่ายภายใน 7 วัน ที่จะต้องดำเนินการภายใน 15 วัน กรณีของการซ่อมอาจจะต้องใช้เวลาแต่แต่ละบริษัทกำลังประเมินอู่ซ่อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับอำเภอหาดใหญ่
นายอดิศร กล่าวต่อว่า กรณีบ้านที่อยู่อาศัย มีการคุ้มครองน้ำท่วมอยู่ 20,000 บาท ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศว่าน้ำท่วม แล้วถ่ายรูปในช่วงน้ำท่วมหรือหลังจากน้ำลด เพราะเห็นคราบน้ำ ก็ส่งมาให้บริษัทจะพิจารณาจ่าย 20,000 บาทได้เลย ถ้าเป็นอาคารพาณิชย์หรือโรงงาน หากมีการซื้อประกัน จะจ่ายเบื้องต้น 30,000 บาท โดยใช้เพียงรูปถ่ายส่วนความเสียหายที่นอกเหนือจากนี้ก็ต้องมาว่ากันต่อ แต่ขอให้มั่นใจว่ากระบวนการรวดเร็วแน่นอน
ความมั่นคงของบริษัทนั้น เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งเพราะภัยแบบนี้ เป็นภัยที่เกิดขึ้นแบบปกติ ไม่ได้หมายถึงการเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แต่เป็นปกติของระบบประกันภัยเช่นจะเกิดทุกข์ 10 ปี 30 ปีหรือ 100 ปีหรือเป็นภัยที่เรารู้จักเพราะฉะนั้นเรามีการประกันภัยที่มั่นคง เพื่อรองรับ และมีการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพื่อตรวจสอบภาวะวิกฤตทางการเงิน ของแต่ละบริษัท ซึ่งเรายืนยันว่าทุกบริษัทมีความมั่นคงต่อการจ่ายสินไหม นายอดิศร กล่าว
วิริยะประกันภัย 'เร่ง'มาตรการเร่งช่วยเหลือลูกค้าจากเหตุวิกฤตอุทกภัยภาคใต้
นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิต บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะอุทกภัยที่เกิดขึ้นฉับพลันในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลงแล้ว แต่ในอีกหลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง และต้องคอยเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยปรับระบบการรับแจ้งเหตุผ่านช่องทางสายด่วน 1557 ทั้งการเพิ่มคู่สาย และการโอนรับแจ้งจากศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนหาดใหญ่ที่ยังไม่สามารถเปิดทำการตามปกติได้ ไปยังศูนย์ฯ สุราษฎร์ธานี และศูนย์ฯ ราชปรารภ กรุงเทพฯ เพื่อให้บริการได้ต่อเนื่อง
สำหรับข้อมูลการรับแจ้งเหตุความเสียหายรถยนต์จากผู้เอาประกันภัย ตามรายงานของศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนในพื้นที่ภาคใต้ ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2568 มีรถยนต์ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ จำนวนรวมประมาณ 4,300 คัน มูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้จนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการประเมินความเสียหาย โดยพื้นที่ที่มีรถยนต์ประสบภัยน้ำท่วมมากที่สุด คือ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จำนวน 3,800 คัน ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดสงขลา จำนวน 156 คัน จังหวัดปัตตานี จำนวน 75 คัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 56 คัน จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 28 คัน จังหวัดพัทลุง จำนวน 28 คัน และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อย ส่วนด้านความเสียหายของบ้านเรือน ในขณะนี้มีการแจ้งเคลมเข้ามาประมาณ 180 หลัง และคาดว่าอาจมีการแจ้งเพิ่มเติมในระยะต่อไปเมื่อประชาชนสามารถจัดการความเป็นอยู่เบื้องต้นได้แล้ว
นายอมร กล่าวต่อว่า บริษัทฯ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจชั่วคราวขึ้นที่ศูนย์ฯ สงขลา เพื่อเป็นฐานบัญชาการรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน โดยภายหลังจากสถานการณ์ในพื้นที่หาดใหญ่คลี่คลายลง จึงย้ายศูนย์ฯ เฉพาะกิจมาอยู่ที่ศูนย์ฯ หาดใหญ่ พร้อมระดมสรรพกำลัง ทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ และเจ้าหน้าที่สรุปความเสียหาย จากศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนในพื้นที่ภาคใต้ มาช่วยงานที่ศูนย์ฯ หาดใหญ่ โดยมีการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงาน 8 โซน ในการลงพื้นที่พบลูกค้าถึงบ้านเพื่อดำเนินการสำรวจความเสียหาย และจัดการด้านสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็วที่สุด
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความเชี่ยวชาญจากการปฏิบัติการ FIRST AID ในเหตุการณ์อุทกภัยหลายครั้งที่ผ่านมา และมีการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ที่จะต้องใช้ความรวดเร็วในการเข้าไปยังพื้นที่น้ำท่วมที่สามารถเข้าถึงได้ และนำรถยนต์ออกจากน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ความเสียหายขยายตัวไปมากกว่าเดิม
บริษัทฯ ได้มีการประสานรถยกประมาณ 70 คัน เพื่อเข้าไปดำเนินการยกรถออกจากพื้นที่ประสบภัย โดยระดมรถยกจากหลายจังหวัด รวมถึงจากกรุงเทพฯ เพื่อเร่งช่วยเหลือลูกค้า แม้จะประสบอุปสรรคจากถนนที่ยังเต็มไปด้วยเศษซาก ขยะ และรถที่จอดกีดขวางจำนวนมากก็ตาม ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าดำเนินการยกรถอย่างน้อย 2,000 คันภายใน 3 วัน โดยได้จัดหาพื้นที่จัดเก็บรถที่ปลอดภัย สามารถรองรับรถได้ประมาณ 2,000 - 3,000 คัน เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมหากเกิดเหตุพายุหรืออุทกภัยซ้ำ ขณะเดียวกัน พนักงานที่ทำหน้าที่ในการเคลมสินไหมฯ ได้เปิดเคลมไปแล้วราว 1,000 คัน และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1- 2 วัน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ในการติดต่อประสานลูกค้าทุกรายเพื่อสอบถามความพร้อมในการยกลากรถ รวมถึงนัดหมายเข้าตรวจสภาพความเสียหายตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยลูกค้าที่พร้อมสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ทันทีผ่านศูนย์ฯ สงขลาและหาดใหญ่ รวมถึงศูนย์ฯ ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย หรือ สายด่วน 1557 กรณีหากมีการจัดซ่อมผู้เอาประกันภัยสามารถนำรถเข้าสถานที่จัดซ่อมตามความประสงค์หรือเข้าศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย
นายอมร กล่าว กลุ่มวิริยะจิตอาสาของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้บริหารและพนักงานจากสาขาและศูนย์ฯ ยังได้ลงพื้นที่สำรวจรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมควบคู่กับการเก็บข้อมูลความต้องการด้านเครื่องอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งมายังศูนย์ประสานงานในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อประมวลผลและจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น รวมถึงอาหารพร้อมรับประทาน ก่อนประสานเครือข่ายจิตอาสา ทั้งตัวแทน/นายหน้าประกันวินาศภัย ดีลเลอร์รถยนต์ รวมถึงคู่ค้าพันธมิตรในพื้นที่ต่าง ๆ เข้ากระจายสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอส่งมอบกำลังใจและความห่วงใยแก่ผู้ประสบภัยทุกท่าน ให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย โดยบริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมฟื้นฟูและเยียวยาให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็วสุด
นั่นเป็นสิ่งที่บริษัทประกันภัย มั่นใจว่าสามารถดูแลผู้เอาประกัน ในยามปกติและยามเกิดภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน
|