นักลงทุนไทย'เคลื่อนทัพ'บุกพม่า
พม่ากำลังเนื้อหอม เป็นที่สนใจของนักลงทุนไทยและต่างชาติ พม่าเป็นประตูเชื่อมระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออก โดยธุรกิจที่ไทยจะเข้าไปลงทุนในพม่า ทั้งอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร วัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และธุรกิจแบงก์
หิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. -1 มิ.ย. 55 บีโอไอจะนำคณะนักลงทุนไทยเยือนสหภาพพม่า ที่เมืองย่างกุ้ง, ทวาย และมะริด เพื่อศึกษาลู่ทางการขยายธุรกิจ หรือการร่วมทุนกับนักธุรกิจพม่า เนื่องจากพม่าเป็นประเทศที่นักลงทุนทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจที่จะเข้ามาในอนาคต เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และเป็นตลาดใหญ่
ทั้งนี้คณะนักธุรกิจไทยจะได้เยี่ยมชมโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย โดยมีบริษัทอิตาเลียนไทยเป็นผู้รับสัมปทานพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งสำรวจเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมระหว่างประเทศไทยกับพม่า ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการหารือ บีโอไอจะนำไปจัดทำแนวทางเพื่อส่งเสริมภาคเอกชนไทย ให้มีส่วนร่วมพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายและพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในทวายต่อไป
พม่ากำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ เพราะถือเป็นประตูเชื่อมระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออก โดยธุรกิจที่ไทยจะเข้าไปลงทุนในพม่า เช่น อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร วัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร ที่ผู้บริโภคพม่ายอมรับสินค้าจากไทยเป็นอันดับต้น ๆ สำหรับย่างกุ้งเป็นเมืองหลวงเก่า ที่พม่ายังคงความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการค้าและกระจายสินค้าไปสู่ภาคต่าง ๆ ของประเทศ รวมถึงเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและการส่งออกไม้สัก โดยมีเขตนิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคมากกว่าเมืองอื่น ๆ
ขณะที่ทวายเป็นเมืองหลวงของเขตตะนาวศรีที่อุดมไปด้วยทรัพยากรแร่ธาตุ เช่น ดีบุกและทังสเตน มีนักลงทุนเข้าไปบุกเบิกไม่มาก ส่วนมะริดปัจจุบันเป็นเมืองท่าทางการประมงและศูนย์กลางการค้าไข่มุกที่สำคัญของเขตตะนาวศรี ซึ่งปัจจุบันทางการพม่ามีแผนพัฒนาหมู่เกาะมะริดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 31-54 มีนักลงทุนไทยไปลงทุนทั้งสิ้น 61 โครงการ มูลค่า 9,568 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในปี 53 ไทยจัดเป็นนักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในประเทศพม่าเป็นอันดับ 2 รองจากจีน.
นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า กลยุทธ์ของกรมฯปีนี้ จะเน้นการพัฒนาช่องทางการตลาดใหม่ๆ อาทิ E-Commerce การจัดทำเว็บไซต์ และอบรมเทรด ออนไลน์ ให้ผู้ประกอบการฟรี เพื่อเตรียมพร้อมการเปิดตลาดอาเซียน หรือ AEC พม่า ลาว และเวียดนาม เป็นต้น
ปัจจุบันกรมส่งเสริมการส่งออก มีเว็บไซต์ www.thaitrade.com สมาชิกผู้ส่งออก จำนวน 4 แสนกว่าราย ซึ่งเป็นช่องทางการตลาด สำหรับการค้าขายต่างประเทศ และเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการไทยสู่เวทีการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งมีศูนย์บ่มเพาะเอสเอ็มอีด้วย
"ในส่วนตลาดอาเซียน หรือ AEC เป็นตลาดที่อยู่ใกล้กับเรา การขนส่งถูก ภาษีก็ไม่เสีย มีอัตราการขยายตัวสูงและเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย"
ด้านนายสุพัฒน์ ศรีวรรณวิทย์ นายกสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเครื่องใช้ในครัวเรือนบางส่วน ได้เตรียมตัวเข้าไปลงทุนในอาเซียน อาทิ พม่าและลาว โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลเปิดประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก สนใจใช้พม่าเป็นฐานการผลิต ปัจจุบันพม่ามีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตลาดพม่าเองน่าสนใจในส่วนของสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือน หลายปีนี้เศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา และยุโรปไม่ค่อยดีนัก
ตลาดหลักของสินค้า ยังเป็นตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป ตลาดมาแรง คือ ตลาดอาเซียน ส่วนตลาดใหม่ คือ จีนและอินเดีย ผู้ส่งออกไทยเข้าไปเปิดตลาดค่อนข้างมาก ด้านการแข่งขันธุรกิจประเภทนี้ มีการแข่งขันกันสูง แต่สินค้าไทยมีการพัฒนาด้านคุณภาพและดีไซน์ เราะเจาะตลาดระดับกลางและบน
|