Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

ธ.ก.ส. เปิดตัว "เงินฝากยุ้งเงิน"
     เพื่ออนาคตของเยาวชน รับดอกเบี้ยร้อยละ 0.35 ต่อปี
SME D Bank พาเอสเอ็มอี เข้าถึงทุนทะลุ
     9 พันล้าน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจกว่า 41,481 ล้าน
AIA Healthiest Schools” ปีที่ 4 เมืองไทย ประกันชีวิต'รุก'คุ้มครองชีวิต-สุขภาพ
พรูเด็นเชียล - มิชลิน รังสรรค์มื้อสุดพิเศษ
      ลูกค้ายูโอบี พริวิเลจ แบงก์กิ้ง
เจนเนอราลี่ สานต่อ ‘Little Venture’ ปี 2
      สร้างทักษะชีวิตนอกห้องเรียน
กองทุนประกันชีวิต- คปภ.-สมาคมประกันชีวิตไทย
     จัดโครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ
      (ALIP) 2026 ปีที่ 2
วิริยะประกันภัย ร่วมหนุน
     “Disaster Survival 101” by Thai PBS
คปภ. ยกระดับ “Insurefluencer the new GEN 2026”

ธ.ก.ส. เปิดตัว "เงินฝากยุ้งเงิน" เพื่ออนาคตของเยาวชน รับดอกเบี้ยร้อยละ 0.35 ต่อปี
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เผยว่า เพื่อส่งเสริมการออมเงินในครอบครัว และเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับเยาวชนและครอบครัวในอนาคต ธ.ก.ส. เปิดตัวผลิตภัณฑ์ "เงินฝากยุ้งเงิน" เงินฝากที่มาพร้อมความคุ้มครองสำหรับเด็กและเยาวชน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุไม่เกิน 12 ปีบริบูรณ์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองที่มีอายุตั้งแต่ 20 - 65 ปีบริบูรณ์ สามารถวางแผนการออมให้บุตรหลานได้อย่างมั่นใจ พร้อมรับผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 0.35 ต่อปี ทุกเดือน บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ได้รับดอกเบี้ยเต็มจำนวน พร้อมรับความคุ้มครอง ดังนี้
"บิดา-มารดา รับความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุ 5 เท่าของยอดเงินฝาก สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท โดยไม่มีเงินฝากขั้นต่ำ และเยาวชนรับความคุ้มครอง ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุร้อยละ 1 ของยอดเงินฝาก สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง โดยต้องคงยอดเงินฝากในบัญชีไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท" เงินฝากยุ้งเงิน เตรียมเปิดรับฝากครั้งแรกในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 หรือจนกว่าธนาคารจะแจ้งปิดการรับฝาก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเปิดบัญชีผ่านสาขาของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ.

Go To Lead


SME D Bank พาเอสเอ็มอี เข้าถึงทุนทะลุ
9 พันล้าน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจกว่า 41,481 ล้าน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้มอบนโยบายการดำเนินงานกับกระทรวงอุตสาหกรรม และตรวจเยี่ยม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) หรือ SME D Bank แล้ว ทาง SME D Bank ได้เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ล่าสุดแนวทางการดำเนินงานภายใต้ 3 มิติสำคัญ เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม สามารถช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนแล้วกว่า 9,057 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียงประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 41,481 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม มองว่า เอสเอ็มอีถือเป็นฐานพีระมิดของเศรษฐกิจไทย หากธุรกิจรายเล็กไม่สามารถอยู่รอดได้ เศรษฐกิจไทยก็จะขาดแรงขับเคลื่อนสำคัญ ดังนั้น จึงมอบหมายให้ SME D Bank เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” พร้อมเคียงข้างเอสเอ็มอีไทยในทุกสถานการณ์ สำหรับการดำเนินงาน 3 มิติสำคัญ ประกอบด้วย 1. มิติเข้าถึงแหล่งทุน ธนาคารสามารถสนับสนุนสินเชื่อให้เอสเอ็มอีได้กว่า 9,057 ล้านบาท
โดยเน้นผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย ผ่านผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย ที่ผ่อนปรนเงื่อนไข ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สำหรับลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และยานยนต์ EV ตลอดจน “สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME” เพื่อยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ มิติช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ได้ดำเนินมาตรการ “3 ลด” ได้แก่ ลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และลดค่างวด ช่วยเหลือลูกหนี้แล้ว 2,668 ราย ช่วยลดภาระทางการเงิน ประคับประคองกิจการ และรักษาระดับการจ้างงาน 3.มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ธนาคารได้จัดกิจกรรม เพิ่มทักษะ (Upskill) สร้างทักษะ (Reskill) และการเรียนรู้ทักษะใหม่ (New Skill) ทั้งรูปแบบการเรียนรู้สถานที่จริง (Onsite) และออนไลน์ (Online) ให้ผู้ประกอบการกว่า 3,690 ราย โดยมีผู้ประกอบการ 747 ราย สามารถลดต้นทุนการผลิตและปรับตัวสู่ธุรกิจยุคใหม่ได้หลังผ่านการพัฒนา

Go To Lead


AIA Healthiest Schools” ปีที่ 4
นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ผมขอแสดงความยินดีและขอชื่นชมอย่างยิ่งกับทุกโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ ในปีนี้ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีโรงเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการกับเราเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี โดยปีนี้มีโรงเรียนมากถึง 1,600 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ และหลาย ๆ โรงเรียนได้แสดงให้เราเห็นถึงความตั้งใจและความคิดริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งส่งเสริมและผลักดันเยาวชนให้มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างจริงจัง โครงการนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการสนับสนุนเยาวชน พัฒนาโรงเรียน และส่งเสริมความยั่งยืนแก่ชุมชนของเรา แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของระบบการศึกษาของประเทศไทย
“สำหรับรางวัลที่เอไอเอได้มอบให้แก่โรงเรียนที่ชนะเลิศในโครงการตลอด 4 ปีที่ผ่านมา รวมเป็นมูลค่าแล้วกว่า 10 ล้านบาท โดยแต่ละโรงเรียนได้นำไปพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น สร้างห้องคอมพิวเตอร์ ปรับปรุงโรงอาหาร สร้างห้องน้ำ และทำสวนผักเพื่อรับประทานในโรงเรียนและเผื่อแผ่ถึงชุมชน ซึ่งเอไอเอ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีส่วนสนับสนุนสุขภาพและชีวิตดีขึ้นให้แก่เยาวชน และเราจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมสุขภาพในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านโภชนาการ การใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง การมีสุขภาพใจที่ดี และการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ตลอดทั้งมอบความรู้ผ่านสื่อการสอนให้แก่นักเรียน คุณครู และผู้ปกครอง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป ภายใต้โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools”

Go To Lead


เมืองไทย ประกันชีวิต
'รุก'คุ้มครองชีวิต-สุขภาพ
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนสำคัญอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยความเข้าใจว่าทุกคนย่อมคัดเลือกสิ่งที่ “ดี” ที่สุดให้กับตนเอง ครอบครัวและคนที่รัก ประกอบกับปัจจัยและสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ค่ารักษาพยาบาลก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาและคัดเลือก “ประกันสุขภาพ” อย่างดีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ตรงจุดและใช้ได้จริงในวันที่ต้องการใช้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพครบวงจรที่คอยเคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิต ชูแนวคิดประกันสุขภาพที่คัดเลือกอย่าง “ดี” เพื่อคุณ พร้อมเปิดตัวประกันสุขภาพแบบใหม่ที่คัดเลือกมาอย่างดี “ดี เฮลท์ ไลต์ (D Health Lite)” ที่โดดเด่นครบถ้วนให้ความคุ้มครองเหมาจ่าย ดีที่เลือกแผน ได้ตามงบ เด็กซื้อได้ เหมาะกับคนทุกวัย รับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน - 90 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี มาพร้อมโรงพยาบาลในเครือข่าย “MTL Smile Hospital Network” ที่จะมาช่วยให้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ได้ยกระดับความสบายใจที่มากขึ้น เมื่อคุณเลือกเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลพันธมิตรในเครือ 165 แห่งทั่วประเทศ ได้ทั้งอัปวงเงินคุ้มครองและอัปจำนวนวันค่าห้องและค่าหมอ ช่วยยกระดับและเสริมความมั่นใจในวันที่เจ็บป่วย
โดย “D Health Lite” ประกันสุขภาพใหม่ล่าสุด ที่คัดเลือกอย่างดีเพื่อคุณ มีดีที่ค่ารักษาเหมาจ่าย แอดมิตเหมาจ่าย ทั้งโรคทั่วไป โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ ดีที่เลือกวงเงินได้ 1 ล้าน หรือ 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง ดีที่เลือกปรับเบี้ยให้เหมาะกับงบได้ ทั้งแบบเหมาจ่ายคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก หรือแผนร่วมจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ (Deductible) เลือกจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ 20,000 บาท 30,000 บาท 50,000 บาท หรือ 100,000 บาท หรือแผนร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ (Copayment) เลือกร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ 10% หรือ 20% มีดีที่เด็กก็ซื้อได้ คุ้มครองยาวถึง 99 ปี ซื้อได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 90 ปี* อัปเกรดแผนได้โดยไม่แถลงสุขภาพใหม่** สามารถปรับลด Deductible ได้ 2 ช่วง คือ ช่วงอายุ 11 - 15 ปี และ ช่วงอายุ 55 - 65 ปี พร้อมโดดเด่นด้วยจุดแข็งความคุ้มครอง จ่ายตามจริง ตามวงเงินที่เลือกซื้อ แอดมิตค่ารักษาเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ค่า ICU ค่าผ่าตัด Day Surgery แพทย์และวิสัญญี ค่าบริการทางการแพทย์ ค่ารักษาพยาบาล OPD ต่อเนื่องภายใน 30 วัน หลังแอดมิต (OPD Follow-up) อุบัติเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง OPD รถพยาบาลฉุกเฉิน ก็ให้ความคุ้มครอง

Go To Lead


พรูเด็นเชียล - มิชลิน รังสรรค์มื้อสุดพิเศษ
ลูกค้ายูโอบี พริวิเลจ แบงก์กิ้ง
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ร่วมกับ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย มอบประสบการณ์เหนือระดับสำหรับลูกค้ายูโอบี พริวิเลจ แบงก์กิ้ง (UOB Privilege Banking) โดยเฉพาะ โดยได้รับเกียรติจาก นายริชาร์ด มาโลนีย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมสัมผัสประสบการณ์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แนวคิด “A Mark of Legacy, Inspired by You” สะท้อนการส่งต่อคุณค่าที่ยั่งยืน ณ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ระดับมิชลินที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากการร่วมงานของสองเชฟมากฝีมือ อันได้แก่ เชฟ Davide Garavaglia จากห้องอาหาร Cte by Mauro Colagreco ภายในโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ ร่วมถ่ายทอดความงดงามของอาหารเมดิเตอร์เรเนียนร่วมสมัย รังสรรค์ด้วยเทคนิคอันประณีตและวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากท้องถิ่นและนานาชาติ ร่วมกับ เชฟ Jimmy Ophorst จากร้านอาหาร PRU หนึ่งในเชฟแถวหน้าของวงการ Fine Dining ไทย ผู้มีเอกลักษณ์ในการนำเสนออาหารผ่านแนวคิดที่เชื่อมโยงกับวัตถุดิบ ความยั่งยืน และเรื่องราวของแหล่งกำเนิดอย่างลึกซึ้ง การพบกันของสองเชฟจึงไม่ใช่เพียงการร่วมมือทางด้านอาหาร แต่เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองทางศิลปะ วัฒนธรรม และปรัชญาการปรุงอาหารที่สะท้อนความประณีตในทุกรายละเอียด เพื่อรังสรรค์มื้อสุดพิเศษสำหรับลูกค้า ยูโอบี พริวิเลจ แบงก์กิ้ง เท่านั้น
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่ง ได้แก่ “UOB Vantage Growth 5/18” และ “UOB Beyond Legacy 3/99” ซึ่งออกแบบมาตอบโจทย์การบริหารความมั่งคั่งและส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง พรูเด็นเชียล ประเทศไทย และ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในการมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้านการเงินและไลฟ์สไตล์ควบคู่กับการสร้างความมั่นคั่งอย่างยั่งยืน

Go To Lead


เจนเนอราลี่ สานต่อ ‘Little Venture’ ปี 2
สร้างทักษะชีวิตนอกห้องเรียน
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ สานต่อกิจกรรม “Little Venture 2026 Presented by Generali” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กับกิจกรรมผจญภัยสุดสร้างสรรค์สำหรับเด็กเล็กและครอบครัว ภายใต้ธีม “Sky Explorer” มุ่งเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจ ผ่านการเรียนรู้นอกห้องเรียน พร้อมเชิญครอบครัวลูกค้า ในโปรแกรม Customer First Club เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ยังได้เปิดโอกาสให้น้อง ๆ และครอบครัว ในมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนฯ จากโครงการ “SMART SEED” ภายใต้เครือข่ายระดับโลก The Human Safety Net (THSN) จำนวน 10 ครอบครัว เข้าร่วมผจญภัย เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็งและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวช่อฟ้า ยุกตะนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและบริหารงานลูกค้า กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ นำทีมงานร่วมต้อนรับครอบครัวนักผจญภัย และมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม วงเงินความคุ้มครองรวมกว่า 37,350,000 บาท เพื่อสร้างความมั่นใจ ตลอดการทำกิจกรรม โดยมีผู้แทนจาก บริษัท เอ็มดับบลิว สปอร์ต จำกัด ผู้จัดงาน เป็นผู้แทนรับมอบ
กิจกรรมในปีนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางด้านจิตใจและพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ผ่านการฝึกทักษะชีวิต ความกล้าหาญ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยเส้นทางผจญภัย 3.5 กิโลเมตร พร้อม12 ฐานกิจกรรมที่ออกแบบเพื่อพัฒนาศักยภาพรอบด้านของเยาวชน สอดคล้องกับแนวคิด “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” ที่พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าและสังคมไทยในทุกช่วงชีวิต โดยจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สวนพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

Go To Lead


กองทุนประกันชีวิต- คปภ.-สมาคมประกันชีวิตไทยจัดโครงการพัฒนา
บุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ (ALIP) 2026 ปีที่ 2
นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ รักษาการผู้จัดการกองทุนประกันชีวิต ได้ร่วมพิธีเปิดโครงการ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) 2026 และมอบหมายให้บุคลากรจากกองทุนประกันชีวิตเข้าร่วมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ การจัดโครงการในครั้งนี้กองทุนประกันชีวิตได้บูรณาการร่วมกับสำนักงาน คปภ. และสมาคมประกันชีวิตไทย ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบเข้มข้น ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจประกันชีวิตในยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้ 4 Modules ประกอบด้วย Module 1 Global Landscape & Strategic Outlook การวิเคราะห์ภูมิทัศน์โลกและทิศทางเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจประกันชีวิต Module 2 Emerging Risk & Resilience การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นขององค์กร Module 3 Technology & Customer Transformation การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ Module 4 Leadership & Human Capital Strategy
การพัฒนาภาวะผู้นำและกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบครบทุกมิติ ทั้งการบรรยาย การอภิปราย การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาดูงานระบบประกันภัยและระบบสุขภาพของประเทศไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ เพื่อร่วมระดมความคิดและออกแบบแนวทางการพัฒนาระบบประกันชีวิตในระดับภูมิภาค โดยยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงและ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากหลากหลายสาขาวิชามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในประเด็นสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนผ่านของธุรกิจประกันชีวิตในบริบทโลกใหม่ การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างความมั่นคงด้านข้อมูลและความเชื่อมั่น ทางดิจิทัล ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบประกันภัยเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและการสร้างความยั่งยืน ของอุตสาหกรรมในระยะยาว

Go To Lead


วิริยะประกันภัย ร่วมหนุน
“Disaster Survival 101” by Thai PBS
นางสุชาดา ภู่ทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและการเรียนรู้ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) รับมอบเงินสนับสนุน จำนวน 50,000 บาท และประกันการเดินทาง จำนวน 200 กรมธรรม์ จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายพงษ์ทิวา กฤษณพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 (ภาคตะวันออก) ด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน เป็นผู้แทนมอบ ภายใต้กิจกรรม Disaster Survival 101 ภารกิจฮีโร่ "ฝ่า 4 ภัยพิบัติ" เพื่อเสริมทักษะการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติขั้นพื้นฐาน สำหรับเยาวชนอายุ 9-12 ปี โดยได้รับเกียรติจาก พันเอก ภาสกร ยะสะวุฒิ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) เป็นผู้นำการฝึกอบรม พร้อมกันนี้ กลุ่มวิริยะจิตอาสา ยังได้ร่วมจัดกิจกรรมอบรมความรู้ทางวินัยจราจรและการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกวิธี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้านความปลอดภัยให้กับเยาวชนไทย ณ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
สำหรับ กิจกรรม Disaster Survival 101 ภารกิจฮีโร่ "ฝ่า 4 ภัยพิบัติ" เป็นหลักสูตรที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) ร่วมกับ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทย ได้รับการฝึกประสบการณ์การเอาตัวรอดในภาวะวิกฤตอย่างมีสติ ผ่านฐานฝึกปฏิบัติ 4 ภัยพิบัติ ได้แก่ การเอาตัวรอดจากอัคคีภัย การหนีภัยจากอาคารสูง การรับมือเหตุแผ่นดินไหว และการเอาตัวรอดจากอุทกภัย ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัย และเสริมสร้างทักษะการตัดสินใจเมื่อเผชิญเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้เยาวชนผู้เข้ารับการอบรม สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการรับมือและเอาตัวรอดจากสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนต่อยอดองค์ความรู้สู่ครอบครัวและชุมชนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Go To Lead


คปภ. ยกระดับ
“Insurefluencer the new GEN 2026”
นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า โครงการ “ยุวชนนักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่ (Insurefluencer the new GEN)” เริ่มดำเนินโครงการครั้งแรกในปี 2568 สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 และ ระดับอาชีวศึกษา (ปวช.1–3) ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างคึกคักจากสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยมีโรงเรียนและสถานศึกษาเข้าร่วมกว่า 210 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงพลังและศักยภาพของเยาวชนไทยในการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการประกันภัยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์ ทันสมัย และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการที่ผ่านมา เยาวชนที่เข้าร่วมได้ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมและสื่อประชาสัมพันธ์ด้านประกันภัยในหลากหลายรูปแบบ ทั้งคลิปวิดีโอ คอนเทนต์ออนไลน์ กิจกรรมรณรงค์ในโรงเรียนและชุมชน ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงินสู่คนรอบตัว ก่อให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ด้านประกันภัยในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยขยายการรับรู้เรื่องประกันภัยไปสู่สังคมในวงกว้างอย่างมีคุณภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน” ให้แก่เยาวชนไทยตั้งแต่ระดับรากฐาน
จากความสำเร็จดังกล่าว สำนักงาน คปภ. จึงเดินหน้าต่อยอดสู่โครงการ “Insurefluencer the new GEN 2026” ขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนต้นแบบด้านการสื่อสารประกันภัย ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านประกันภัยให้เข้าถึงเยาวชนไทยได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

Go To Lead

  --  
iClickNews.com