Go to www.iclicknews.com
Executive Way

มาลีกรุ๊ปสยายปีก "ตลาด ASEAN" KTC "สินเชื่อ-บัตรเครดิต" รุ่ง

KTC "สินเชื่อ-บัตรเครดิต" รุ่ง

บิ๊กบอส KTC ระเฑียร ศรีมงคล มั่นใจกำไรสุทธิในปี 61 กำไรสุทธิ 3.3 พันล้านบาท ผลพวงจากการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลและธุรกิจบัตรเครดิตที่ยังเติบโต ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวที่ดี ส่งผลต่อกำลังซื้อที่ฟื้นตัวดีขึ้น
ระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) กล่าวว่า กำไรสุทธิในปี 61 จะทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องจากปี 60 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลและธุรกิจบัตรเครดิตที่ยังมีการเติบโต ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวที่ดี ส่งผลต่อกำลังซื้อที่ฟื้นตัวดีขึ้นด้วย
"แม้ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่หายไป 2% ซึ่งกระทบกำไร 60 ล้านบาท แต่ในปีที่ผ่านมากำไรของบริษัทก็ยังเติบโตได้มากกว่าที่คาดไว้ และคาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ อีกทั้ง NPL ของบริษัทก็ยังอยู่ในระดับต่ำ ส่วนมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS9) มองว่าจะไม่กระทบต่อผลการดำเนินงาน เพราะบริษัทได้ทำการตั้งสำรองล่วงหน้าไปแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา"
กลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าในปีนี้จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าระดับกลางที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาท/เดือน เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความเข้มงวดการให้สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตในปีก่อน ส่งผลให้บริษัทต้องขยายฐานไปสู่กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงและมีคุณภาพมากขึ้น โดยปัจจุบันส่ดส่วนฐานลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต KTC ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าระดับรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน ในสัดส่วน 70% และอีก 30% เป็นกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต KTC ระดับรายได้มากกว่า 30,000 บาท/เดือน
ด้านการเติบโตของยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโต 15% สูงขึ้นกว่าปีก่อนที่เติบโต 7% โดยมองว่าแนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยในปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมาก จากปัจจัยหนุนที่มาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่มีทิศทางที่ดีขึ้น การปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทย การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไนช่วงปลายปีนี้ ซึ่งสรมางความมั่นใจให้ประชาชนกลับมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน อีกทั้งในแง่ของผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆจะมีการกลับมาทำการตลาดที่เพิ่มมากขึ้นในปีนี้ รวมถึงในส่วนของการทำการตลาดของบริษัทเองก็จะมีการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันช่วยทำให้ภาพรวมตลาดและการจับจ่ายใช้สอยในปีนี้กลับมาคึกคัก โดยในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนรวมงบการตลาดทั้งหมด 2 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน
ปีนี้มองว่าการจับจ่ายจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว และมีความผันผวนของตลาดไม่มาก หลังจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดี ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และปัจจัยการเมืองที่นิ่ง ทำให้คนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ก็มองว่าทั้งเราและผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆจะมีการทำการตลาดในปีนี้มากขึ้นกว่าปีก่อน ซึ่งจะเริ่มเห็นการขยายตัวของการจับจ่ายใช้สอยและการทำการตลาดมากขึ้นตั้งแต่เดือนก.พ.นี้ และเชื่อว่าตลาดในปีนี้จะคึกคักมากขึ้น ซึ่งในส่วนของ KTC จะเน้นการทำตลาดที่เจาะกลุ่มระดับบนเพิ่มมากขึ้น และทำตลาดในส่วนของหมวดไลฟ์สไตล์ พร้อมกับการร่วมกับบัตร Co-brand มากขึ้น สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธุรกิจบัตรเตรดิต KTC ในปีนี้จะควบคุมให้ใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน 1.1% ซึ่งบริษัทมีการบริหารจัดการและติดตามหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ NPL ของบริษัทอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าผู้ถือบัตร KTC ยังมีสัดส่วนการผ่อนชำระที่น้อยในสัดส่วน 30% และส่วนของลูกค้าที่ชำระเต็มจำนวนอยู่ที่ 70%
จับตาปีจอจะเป็นทองของ KTC หรือไม่ ? กำไรเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่? คงต้องลุ้นกันยาวตลอดปี...
  --  
iClickNews.com